
ชูแพ็กเกจใหม่อีอีซี
คมนาคมยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานอีอีซี ชู 101 โครงการ3.42 แสนล้าน ชงเข้าบอร์ดอีอีซีภายในก.ย.นี้
คมนาคมยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานอีอีซี ชู 101 โครงการ3.42 แสนล้าน ชงเข้าบอร์ดอีอีซีภายในก.ย.นี้
นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้ศึกษาความเหมาะสมแนวทาง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแนวระเบียงเศรษฐกิจอีอีซีรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ รูปแบบอุตสาหกรรมอนาคต ซูเปอร์คลัสเตอร์ รวม 101 โครงการ วงเงินลงทุน 3.42 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นแผนลงทุนใหม่ไม่รวมอยู่ในแพ็กเกจลงทุน EEC Track (โครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง การพัฒนาขยายท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 และการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา)
สำหรับแผนดังกล่าวเป็นโครงการลงทุนระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2560-2564 โดยเริ่มดำเนินการพัฒนาโครงข่าย แบ่งเป็นกรมทางหลวง (ทล.) 68 โครงการ รวมมอเตอร์เวย์ 5 โครงการ เช่น มอเตอร์เวย์เส้นทางพัทยา-มาบตาพุด กรมทางหลวงชนบท (ทช.) 12 โครงการ และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) 5 โครงการ เช่น รถไฟทางคู่ เส้นทางฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาคาดว่า จะแล้วเสร็จในวันที่ 15 ก.ย.นี้ โดย ที่ปรึกษาต้องส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ให้ สนข. เพื่อเสนอแผนโครงการดังกล่าวในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ก.ย. หลังจากนั้นจะนำเสนอ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาอีอีซีที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบ ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อทราบต่อไป
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้ตั้งเป้าหมายว่าโครงการ ดังกล่าวจะทำให้จีดีพีของประเทศเพิ่มขึ้น 4% ในปี 2564 จากเดิมมีค่าจีดีพีที่ 2.9% และในปี 2569 จีดีพีของประเทศจะขยายตัว 4.9% ส่วนจีดีพีในพื้นที่อีอีซี ใน จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง มีโอกาสเติบโต 18% ในปี 2564 และจะถึง 40% ในปี 2569
ขณะที่การพัฒนาอุตสาหกรรม ซูเปอร์คลัสเตอร์จะเพิ่มจำนวนประชากรในพื้นที่อีอีซีสูงขึ้น 5% ในปี 2564 และ 10% ในปี 2569 รวมทั้งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามามากขึ้น คาดว่าปริมาณนักท่องเที่ยวจะขยายตัว 20-30% ในปี 2564 และ 40-45% ในปี 2569 และมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.5% และรายได้เฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น 4.6%







