posttoday
เชียงใหม่กับการเป็น อัมสเตอร์ดัมตะวันออก

เชียงใหม่กับการเป็น อัมสเตอร์ดัมตะวันออก

30 สิงหาคม 2560

เนรมิต สร้างเอี่ยม กูรูด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของแนวคิด 'คิดทุกเม็ด ครบทุกมุม คุ้มทุกเมตร' [email protected]ผู้อ่านหลายๆ ท่านคงมีสักครั้งที่มีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนยัง จ.เชียงใหม่ และคงมีโอกาสผ่านเข้าไปในตัวเมืองชั้นในของจังหวัด ที่เสมือนเป็นแผ่นดินที่ถูกล้อมรอบด้วยคูเมืองทั้ง 4 ด้าน อีกทั้งยังมีกำแพงเมืองเดิมหลงเหลือพอให้เห็นและระลึกถึง

เนรมิต สร้างเอี่ยม กูรูด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของแนวคิด 'คิดทุกเม็ด ครบทุกมุม คุ้มทุกเมตร' [email protected]

ผู้อ่านหลายๆ ท่านคงมีสักครั้งที่มีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนยัง จ.เชียงใหม่ และคงมีโอกาสผ่านเข้าไปในตัวเมืองชั้นในของจังหวัด ที่เสมือนเป็นแผ่นดินที่ถูกล้อมรอบด้วยคูเมืองทั้ง 4 ด้าน อีกทั้งยังมีกำแพงเมืองเดิมหลงเหลือพอให้เห็นและระลึกถึง

ขอย้อนกลับมาตั้งคำถามเดิมอีกครั้ง แต่ขอเปลี่ยนชื่อเมืองเป็นอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ของเนเธอร์แลนด์ครับ ถามว่าหลายๆ ท่านก็คงมีโอกาสสักครั้งที่ได้เดินทางไปยังเมืองอัมสเตอร์ดัมเช่นกัน หรือหากยังไม่เคยเดินทางไป ก็คงเคยได้ยินเสียงเล่าลือหรือเคยเห็นจากภาพว่าเมืองนี้ประกอบไปด้วยคูคลองจำนวนมากมายจริงๆ และมากกว่าใน จ.เชียงใหม่ มากจนกระทั่งเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวของเมือง

คราวนี้ลองนำ 2 ภาพที่ชวนให้เห็นมาเปรียบเทียบไปมากัน ผมเห็นว่า จ.เชียงใหม่ บริเวณสองฝั่งคูเมืองนี้ก็มีอะไรน่าสนใจไม่น้อย ตั้งแต่ร้านค้าท้องถิ่น ร้านค้าสมัยใหม่ ตั้งอยู่เพื่อคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว ลักษณะสองฝั่งคันคลองก็ไม่ได้เป็นแบบกำแพงกันน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเช่นในอัมสเตอร์ดัม แต่กลับมีสนามหญ้าและต้นไม้ใหญ่ที่จะคอยให้ร่มเงาและความร่มรื่นแก่ผู้คนที่เดินผ่านไปมา รวมถึงนักท่องเที่ยวได้

จะขาดแต่เพียงถนนที่สร้างข้ามคลอง ไม่ได้ทำเป็นลักษณะสะพานเพื่อให้มีเรือหรือระบบขนส่งทางน้ำสามารถล่องผ่านได้เหมือนในอัมสเตอร์ดัม แต่ด้วยเหตุผลที่ถนนด้านในพื้นที่คูเมือง จ.เชียงใหม่นี้ มีการจัดวางเป็น Grid มีระเบียบแบบแผน ประกอบกับถนนภายในพื้นที่คูเมือง ในเส้นที่มีความยาวมากที่สุดนั้นยาวเพียง 1.67 กม.เท่านั้น

ดังนั้น หากเราจะต้องจัดทำระบบขนส่งมวลชนแบบรถเมล์ไฟฟ้าวิ่งเฉพาะภายในพื้นที่คูเมือง ก็คงจัดการหรือทำขึ้นได้ไม่ยาก ยิ่งกว่านั้นหากจัดการให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของถนนเป็นทางเดินของคนและรถจักรยาน เพื่อส่งเสริมการเดินและการใช้รถจักรยาน โดยคงทางรถเมล์ไฟฟ้าดังกล่าวข้างต้นไว้ 1 เลน ส่วนเรื่องการเดินทางทางน้ำนั้น หากเราเปลี่ยนถนนที่พาดผ่านคูเมืองให้เป็นสะพาน เราก็คงหาเรือมาจัดการเป็นระบบขนส่งทางน้ำได้ไม่ยาก

หากขอให้เรือทุกลำขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าแทนน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยแล้ว ผมคิดว่าผลลัพธ์ที่จะได้ก็คือ พื้นที่ของเมืองลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง x ยาวประมาณ 1.67 x 1.67 กม. (หรือประมาณ 2.8 ตร.กม.เท่านั้น) ที่จะกลายเป็นชุมชนเล็กๆ น่ารักๆ มีคลองล้อมรอบ เป็นทางเดินของเรือไฟฟ้า เป็นถนนของคนเดิน จักรยาน และรถเมล์ไฟฟ้า เป็นพื้นที่ที่ปราศจากมลภาวะทางอากาศ ส่งเสริมการค้าของร้านค้าสองข้างถนนและริมฝั่งคูเมือง ซึ่งควรจะ ต้องมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกจำนวนไม่ต่ำกว่า 6 ล้านคน ที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบนี้และเคยดั้นด้นเดินทางไปยังอัมสเตอร์ดัมมาแล้ว

แต่คราวนี้จะเปลี่ยนบรรยากาศเดินทางมาพักผ่อนใช้จ่ายเงินอย่างรื่นรมย์ในพื้นที่คูเมืองของเชียงใหม่แทนเป็นแน่ครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ