
ต่างชาติลุยซื้อพันธบัตรไทย 3.2หมื่นล.บาท
เงินนอกไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ทะลุ 3 หมื่นล้าน หนีเสี่ยงความตึงเครียดคาบสมุทรเกาหลี เฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย คาดเก็งกำไรสั้น
เงินนอกไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ทะลุ 3 หมื่นล้าน หนีเสี่ยงความตึงเครียดคาบสมุทรเกาหลี เฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย คาดเก็งกำไรสั้น
เงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดพันธบัตรต่อเนื่อง สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) รายงานว่าวันที่ 5 ก.ย. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิอีก 2.3 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการเข้าซื้อในตราสารระยะสั้น
ด้านอัตราผลตอบแทน (ยิลด์) พันธบัตรอายุ 5 ปี ปิดที่ 1.78% ปรับตัวลงจากวันที่ 4 ก.ย. ในอัตรา 0.01% ขณะที่ในวันดังกล่าวนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 9,150 ล้านบาท รวม 2 วันนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 3.2 หมื่นล้านบาท
สำหรับสัปดาห์ที่ 21-25 ส.ค. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยรวม 1.3 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี จำนวน 8,281 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว อายุมากกว่า 1 ปี จำนวน 5,584 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 875 ล้านบาท
นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า ปัจจัยที่ทำให้เงินไหลเข้าตลาดพันธบัตรไทย เนื่องจากนักลงทุนกังวลการเมืองสหรัฐ ประกอบกับตลาดตราสารหนี้ยังถูกกดดันจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาไม่ค่อยดี และนักลงทุนกังวลว่าการผ่านกฎหมายเพื่อขยายเพดานหนี้สาธารณะจะไม่สามารถดำเนินการได้ภายในกำหนด ทำให้มีแรงซื้อต่อเนื่องในตลาดตราสารหนี้ไทย
ทั้งนี้ แนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยสัปดาห์นี้ นายพจน์ คาดว่ามีโอกาสปรับตัวลงในกรอบแคบ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาเก็งกำไรในพันธบัตรระยะสั้นหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศว่ายังไม่มีความจำเป็นในการออกมาตรการควบคุมเงินทุนเพิ่มเติม
นอกจากนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปจากตัวเลขเศรษฐกิจ เช่น ตัวเลขเงินเฟ้อ การจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่ขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ซึ่งมองว่าจะช่วยสนับสนุนให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรไทยมีโอกาสปรับตัวลงได้ต่อ ดังนั้นแนะนำให้ลงทุนในตราสารหนี้อายุ 6 เดือน







