
หยุดสร้างความอึมครึม
การที่รัฐบาลยังคงดำเนินคดีกับผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง นักกิจกรรม กระทั่งนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ด้วยข้อหาปลุกระดม เป็นภัยความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรง เป็นท่าทีที่ตรงกันข้ามกับจุดยืนรัฐบาลที่กำลังเดินหน้าเรื่องการปฏิรูปประเทศนับถอยหลังไปสู่การเลือกตัั้งตามโรดแมป
การที่รัฐบาลยังคงดำเนินคดีกับผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง นักกิจกรรม กระทั่งนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ด้วยข้อหาปลุกระดม เป็นภัยความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรง เป็นท่าทีที่ตรงกันข้ามกับจุดยืนรัฐบาลที่กำลังเดินหน้าเรื่องการปฏิรูปประเทศนับถอยหลังไปสู่การเลือกตัั้งตามโรดแมป
องค์กรฮิวแมนไรต์ส วอตช์ ประจำประเทศไทย ได้รวบรวมสถานการณ์การคุกคามเสรีภาพประชาชนในช่วงหลังรัฐประหาร 3 ปี ที่ผ่านมา พบว่า มีการตั้งข้อหายุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116 ของประมวลกฎหมายอาญาอย่างมีนัยสำคัญรวม 24 คดี ผู้ถูกกล่าวหารวม 66 คน แบ่งเป็น กลุ่มที่วิจารณ์ คสช. มีเกือบ 20 คดี ที่เหลือเป็นการปล่อยข่าวลือวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ คดีจำนำข้าว ซึ่งหากเทียบก่อนช่วงรัฐประหาร แม้จะมีการตั้งข้อหามาตรา 116 อยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่าปัจจุบัน
สำหรับมาตรา 116 อยู่ในหมวดความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ภายในราชอาณาจักรของประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิด เห็นโดยสุจริต 1.เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือ รัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย 2.เพื่อให้เกิดความ ปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความ ไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ 3.เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี
สิ่งที่พบจากการดำเนินคดีด้วยมาตรา 116 คือ การตั้งข้อหาที่ไม่เข้าองค์ประกอบความผิด เพราะส่วนใหญ่เป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริต เพื่อหวังให้รัฐบาลบริหารประเทศเพื่อประโยชน์ส่วนรวมประชาชน ไม่ได้ปลุกปั่นหรือมุ่งหวังถึงขั้นล้มล้างราชอาณาจักร อีกทั้งแต่ละรายที่ถูกดำเนินด้วยมาตรา 116 ก็ยังไม่มีคำตัดสินของศาลออกมา แม้จะผ่านมา 2-3 ปีแล้วก็ตาม แน่นอนการวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นอาจไม่เป็นที่ถูกใจรัฐบาล คสช. แต่รัฐบาลก็สามารถดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท หรือตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ได้
อย่างไรก็ตาม แม้ คสช.อ้างว่าช่วงหลังรัฐประหารประเทศชาติเกิดความขัดแย้ง แตกแยก จึงต้องใช้กฎหมายเข้มข้นเพื่อดำเนินคดีให้เป็นเยี่ยงอย่างกับกลุ่มที่สร้างความปั่นป่วน เพื่อให้ประเทศกลับสู่ความปรองดอง แต่บรรยากาศประเทศที่กำลังเข้าสู่ทิศทางประชาธิปไตยผ่านการบังคับใช้ของรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ ซึ่งรองรับเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตไว้ ทว่า ล่าสุดก็ยังมีการแจ้งข้อหามาตรา 116 กับนักกิจกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ รวมถึงยังดำเนินคดี กับอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่พร้อมพวกด้วยข้อหาชุมนุมเกิน 5 คน ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ระหว่างการประชุมวิชาการนานาชาติไทยศึกษาที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพที่ จ.เชียงใหม่
การตั้งข้อหาด้วยมาตรา 16 เป็นลักษณะเหวี่ยงแห แม้มุ่งป้องปราม ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามวิจารณ์รัฐบาล แต่ผลที่เกิดขึ้นได้สร้างอาณาจักรแห่ง ความกลัว ไม่ให้สื่อมวลชน ประชาชน วิจารณ์ ตรวจสอบรัฐบาล เพราะเพียงแค่แสดงความคิดเห็นก็สามารถถูกตั้งข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงของราชอาณาจักร เราจึงหวังให้รัฐบาลทบทวนการตั้งข้อหาเหมาเข่งเหล่านี้ที่สร้างความมั่นคงให้แก่รัฐเพียงฝ่ายเดียว







