
การพัฒนาประเทศกับทหาร
ทัธภร ธนาวริทธิ์ & [email protected] & ที่ปรึกษาองค์กร & บริษัท เอสทีไอ คอนซัลติ้ง จำกัดพัฒนาการของรัฐไทย รัฐไทยสมัยใหม่เกิดขึ้นในรัชกาลที่ 5 ส่วนรัฐพัฒนานั้นเห็นภาพได้ชัดเจนในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยริเริ่มให้มีการวางแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติ มีการก่อตั้งสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2493 และได้เปลี่ยนมาเป็น สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ จนปัจจุบันใช้ชื่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและยังได้ตั้งสำนักงานส่งเสริมการลงทุน Thailand Board of Investment (BOI) สำนักงบประมาณ
ทัธภร ธนาวริทธิ์ & [email protected] & ที่ปรึกษาองค์กร & บริษัท เอสทีไอ คอนซัลติ้ง จำกัด
พัฒนาการของรัฐไทย รัฐไทยสมัยใหม่เกิดขึ้นในรัชกาลที่ 5 ส่วนรัฐพัฒนานั้นเห็นภาพได้ชัดเจนในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยริเริ่มให้มีการวางแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติ มีการก่อตั้งสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2493 และได้เปลี่ยนมาเป็น สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ จนปัจจุบันใช้ชื่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและยังได้ตั้งสำนักงานส่งเสริมการลงทุน Thailand Board of Investment (BOI) สำนักงบประมาณ
นอกจากนี้ ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การก่อตั้งสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท เป็นหน่วยงานระดับกรมของกระทรวงมหาดไทย ถูกจัดตั้งขึ้นในปี 2509 หน้าที่หลักคือผิดชอบงานเร่งรัดพัฒนาชนบทในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนหนทาง สะพาน การพัฒนาแหล่งน้ำ การคมนาคมขนส่ง การติดต่อสื่อสาร เป็นต้น ต่อมาเมื่อปี 2543 สำนักงาน รพช. ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท และเมื่อมีการตราพระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินใหม่เมื่อปี 2545 กรมการเร่งรัดพัฒนาชนบทได้ถูกผนวกเข้ากับบางกองของกรมโยธาธิการ และเปลี่ยนชื่อเป็นกรมทางหลวงชนบท และเปลี่ยนจากสังกัดกระทรวงมหาดไทยมาสังกัดกระทรวงคมนาคมแทน
อีกทั้งยังมีการกระจายการพัฒนาต่างๆ สู่ภูมิภาค การพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการนำเข้า การส่งเสริมการเกษตรเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการปลูกพืชเพื่ออุตสากรรมและการปศุสัตว์ และในยุคนี้ ได้เกิด Informal Economy หรือระบบเศรษฐกิจอย่างไม่ทางการ เพราะทหารอเมริกันได้มาพักอาศัย และเที่ยวในไทยในระหว่างสงครามเวียดนาม จึงทำให้ชุมชนประมงเล็กๆ ได้ขยายเติบโตจนเป็นเมืองพัทยาในปัจจุบัน
ในยุคจอมพลสฤษดิ์ ได้เน้น 2 แนวทาง คือ การสร้างรัฐพัฒนา โดยพัฒนาเศรษฐกิจและอำนวยความมั่นคงเพื่อป้องกันคอมมิวนิสต์ โดยเน้นการพัฒนาชนบทด้วยการใช้กำลังทหาร ต่อมาในยุครัฐบาลทหารของจอมพลถนอม กิตติขจร ใช้แนวทางรัฐพัฒนาแบบเดียวกับจอมพล สฤษดิ์ โดยรวมการพัฒนาด้านความมั่นคงร่วมด้วย
กระทั่งในยุคของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่นายกฯ เป็นคนนอกที่เป็นทหารนักพัฒนาเช่นกัน ได้ริเริ่มให้มีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) โดยให้มีการทำงานร่วมกันทั้งสมาคมหอการค้า ร่วมกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมการลงทุน และสำนักงบประมาณ ทำให้หอการค้าจังหวัดมีบทบาทอย่างมาก และยังได้ตั้งโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ Eastern Sea Board Development Program (ESB)
หน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นมาในยุคของผู้นำประเทศที่เป็นทหารนั้น หลาย หน่วยงานยังคงอยู่ บางหน่วยงานยุติลงด้วยรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง เช่น คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เริ่มต้นสมัย พล.อ.เปรม สืบต่อจนกระทั่งยุค ทักษิณ ชินวัตร ได้ยุติลงเพราะรัฐบาลต้องการจัดการจากส่วนกลางของรัฐบาล และในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำงานในหลักการที่ใกล้เคียงกับ กรอ. ในนามของประชารัฐ และได้ก่อตั้ง Eastern Economic Corridor (EEC) เพื่อเร่งรัดพัฒนาประเทศ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ตะวันออกอย่างมาก
จากตัวอย่างข้างต้น ถ้ามองทหารกับการพัฒนาประเทศ จะเห็นได้ว่าทหารได้มีบทบาททั้งด้าน Mediator Protector และ Governor โดยในแต่ละช่วงเวลาได้เลือกใช้บทบาทให้เหมาะสมกับบริบทโดยรวมแตกต่างกันออกไป ถ้ามองในมุมว่าทหารก็เป็นสถาบันหนึ่ง (Institute)
ดังนั้น ด้วยเหตุผลของสถาบันที่ต้องปรับตัวเพื่อการดำรงอยู่ของสถาบัน และทำให้สถาบันขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีความเป็นปึกแผ่น (Coalition) ทุกสถาบันต้องมีเหตุผลในการดำรงอยู่ ซึ่งสถาบันทหารนั้น เป็นสถาบันที่มีอาวุธ มีการบังคับบัญชารวมศูนย์ มีระเบียบวินัย มีการติดต่อสื่อสารภายในอย่างดี และมีการปกครองแบบลำดับขั้น ดังนั้นทำให้สถาบันทหารมีความต่อเนื่องควบคู่กับการเมืองไทยมาตลอด







