
หุ้นส่วนและคู่แข่งที่น่าเกรงขาม
สมชาย สกุลสุรรัตน์ ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจคิดว่า การที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมของไทยแห่กันไปลงทุนในเวียดนามแทนที่จะลงทุนในประเทศไทยนั้น เพราะค่าจ้างแรงงานของคนงานเวียดนามต่ำกว่า ค่าจ้างแรงงานในประเทศไทย
สมชาย สกุลสุรรัตน์
ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจคิดว่า การที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมของไทยแห่กันไปลงทุนในเวียดนามแทนที่จะลงทุนในประเทศไทยนั้น เพราะค่าจ้างแรงงานของคนงานเวียดนามต่ำกว่า ค่าจ้างแรงงานในประเทศไทย
ความจริงค่าจ้างแรงงานเป็นแค่สาเหตุหนึ่งในหลายๆ สาเหตุที่ทำให้ ผู้ประกอบการภาคการผลิตของไทยตัดสินใจย้ายฐานการผลิตหรือขยายฐานการผลิตจากไทยไปลงทุนในเวียดนาม เพราะแม้ว่าค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำคนงานเวียดนามจะยังต่ำกว่าค่าแรงงานของไทยอยู่ประมาณ 25% แต่ถ้ารวมค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการต่างๆ ที่รัฐเรียกเก็บจากผู้ประกอบการแล้ว ต้นทุนด้านแรงงานของสองประเทศในปัจจุบันแตกต่างกันไม่มากเหมือนในอดีต แต่ผู้ประกอบการไทยยังตัดสินใจที่จะลงทุนในเวียดนามเพิ่มขึ้นทุกปี
คำถามคืออะไรเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้นักลงทุนภาคการผลิตของไทยตัดสินใจไปลงทุนในต่างประเทศ ที่ตนเองไม่คุ้นเคย การบริหารจัดการ ยากกว่าการดำเนินการในประเทศ ของตัวเอง
เท่าที่ทราบจากผู้ประกอบการ ที่ไปลงทุนในเวียดนาม เหตุผลแรก ที่ตัดสินใจไปลงทุนยังไม่พ้นเรื่องของแรงงาน แต่ไม่ใช่เพราะค่าแรงที่เวียดนามถูกกว่าค่าแรงงานขั้นต่ำ ของไทย แต่เพราะเวียดนามมีคนที่พร้อมที่จะทำงานหรือเป็นแรงงานให้ทันทีมากมาย เพราะประชากรกว่าครึ่งมีอายุอยู่ในวัยทำงาน ผู้ประกอบการไทยท่านนี้เล่าให้ฟังว่า วันแรกที่เปิดรับสมัครงาน มีคนงานนับพันคนเข้าแถว รอสมัครงาน และสามารถบรรจุคนงานจำนวนหลายร้อยคนได้ภายในเวลาสัปดาห์เดียว และทั้งหมดเป็นคนเวียดนามไม่มีคนชาติอื่นแปลกปลอมเข้ามาเป็นแรงงาน ผิดกฎหมายแม้แต่คนเดียว
ความพร้อม (Availability) ของแรงงานที่ถูกกฎหมายเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งยวด สำหรับผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปที่ต่อต้านการใช้แรงงานผิดกฎหมาย ถ้าพบว่าผู้ประกอบการที่เป็นซัพพลายเออร์รายใดใช้แรงงานผิดกฎหมายในกระบวนการผลิต นอกจากจะไม่ให้ออร์เดอร์หรือใบสั่งซื้อใหม่แล้วยังเลิกทำมาค้าขายด้วย ผู้ประกอบการ จึงเลือกที่จะลงทุนในประเทศที่มีความพร้อมของแรงงานจำนวนมากเช่นประเทศเวียดนาม แม้ว่าค่าแรงงาน จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกันก็ตามเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธุรกิจ สาเหตุ อีกประเภทหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องไปลงทุนในเวียดนาม คือ ความจำเป็นภาคบังคับของธุรกิจที่ผู้ซื้อหรือผู้นำเข้าในประเทศต่างๆ ที่มีการค้าขายข้ามประเทศต้องการกระจายความเสี่ยงด้านจัดหาสินค้ามาจำหน่าย โดยเน้นการจัดซื้อสินค้าประเภทเดียวกันที่ผลิตในฐานการผลิตหลายประเทศ เพื่อความเชื่อมั่นว่าถ้าการผลิตสินค้าที่ฐานการผลิตในประเทศใดประเทศหนึ่งมีปัญหา ยังสามารถนำเข้าสินค้าจากฐานการผลิตในประเทศอื่น มาจำหน่ายโดยต่อเนื่องทดแทนได้
ในทำนองเดียวกัน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องใช้ชิ้นส่วน ที่ผลิตในต่างประเทศที่เคยได้รับความเสียหายขาดแคลนชิ้นส่วนหรืออะไหล่ ที่ใช้ในการผลิตมาแล้วเมื่อเกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในประเทศไทย ก็ต้องขยายฐานการผลิตไปประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศที่มีศักยภาพในการ เติบโต และมีความพร้อมสูง เช่น ประเทศเวียดนาม
ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องขยายฐานการผลิตไปเวียดนามเพื่อรักษาและขยายธุรกิจ ตามนโยบายการกระจายความเสี่ยงของลูกค้ารายใหญ่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว แทนที่จะขยายกำลังการผลิตหรือลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทย
นอกจากนั้น เวียดนามเพิ่งเปิดประเทศไม่นานเมื่อเปรียบเทียบกับไทย ทำให้ประเทศนี้ยังมีทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ ผืนแผ่นดินยังอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำการเกษตร จนเป็นคู่แข่งสำคัญของไทย ทำให้ นักลงทุนด้านธุรกิจการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรของไทยเข้าไปลงทุนในเวียดนามหลายราย
สุดท้ายการที่เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เพราะการเติบใหญ่ของเงินลงทุนทางตรงที่มาจากต่างประเทศทำให้ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับประเทศเพิ่งก้าวเข้าสู่ยุคพัฒนาทำให้ประชาชนมีความต้องการสินค้าอุปโภคและบริโภคสูงขึ้น ทั้งปริมาณและคุณภาพ จึงมี นักลงทุนไทยเข้าไปซื้อธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในเวียดนาม 2-3 แห่ง มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท และเร็วๆ นี้มีข่าวว่า นักลงทุนไทยจะเข้าไปประมูลซื้อกิจการเบียร์ของรัฐบาลเวียดนามแข่งกับ นักลงทุนนานาติซึ่งน่าจะมีมูลค่าหลายหมื่นล้านเช่นกัน
ยุคนี้จึงจัดว่าเป็นยุคทองเศรษฐกิจเวียดนามอย่างแท้จริงและน่าจะเติบโตขึ้นต่อเนื่องไปอีกหลายปีเพราะรัฐบาลค่อนข้างจะมีเสถียรภาพ มีการกำหนดเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่มองเห็นความเป็นไปได้ชัดเจน มีความสัมพันธ์ที่ดีเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ แม้แต่ประเทศที่เคยขับเคี่ยวทำสงครามกันมานับสิบปีอย่างสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
ที่เล่าๆ มาให้ท่านผู้อ่านฟังเผื่อบางท่านที่คิดว่า เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตเพราะค่าแรงงานถูกจะได้ทราบข้อเท็จจริงว่า ประเทศนี้ได้ก้าวข้ามขั้นตอนของการสร้างความเจริญเติบโตด้วยหยาดเหงื่อแรงงานราคาถูกไปแล้ว แต่ยังก้าวหน้าต่อไปไม่หยุดยั้ง เพราะสาเหตุหลายประการที่ทำให้การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศขยายตัว ขึ้นทุกปี และเป็นเงินลงทุนทางตรงที่เข้ามาลงทุนสร้างผลผลิตสร้างงานให้กับคนเวียดนามเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ไม่ใช่เงินร้อนที่เข้ามาแสวงหากำไรจาก ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยหรือกำไร ในตลาดหุ้นและพร้อมจะไหลออก เมื่อทำกำไรได้ตามเป้าหมายแล้ว
แน่นอนว่ารัฐบาลไทยหรือ นักลงทุนไทยควรมองว่า เวียดนาม เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิด แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องดูแลภาคอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศ ส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถเข้าไปลงทุน ย้ายฐานการผลิตไปเวียดนามเพื่อ เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความเติบโตทางศรษฐกิจของประเทศนั้นด้วย ให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งในเวียดนาม หรือ ดึงเงินลงทุนทางตรงเข้าประเทศที่เป็นเงินลงทุนระยะยาวเพิ่มขึ้น จนกว่าไทยจะกลายเป็นไทยแลนด์ 4.0 ในอีก 4 ปีข้างหน้าไงครับ n







