
อัยการฟ้องลุงวิศวะ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
อัยการสั่งฟ้อง "ลุงวิศวะ" ยิงดับโจ๋ 17 ยกพวกล้อมรถเก๋งที่อ่างศิลา ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
อัยการสั่งฟ้อง "ลุงวิศวะ" ยิงดับโจ๋ 17 ยกพวกล้อมรถเก๋งที่อ่างศิลา ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
นายสุเทพ โภชน์สมบูรณ์ หรือ "ลุงวิศวกร" ผู้ต้องหา ในคดียิงเด็กอายุ 17 ปี ถึงแก่ความตาย ได้เดินทางมาพร้อมกับภรรยาเข้าพบกับนายชิงชัย โชติแสง อัยการจังหวัดชลบุรี เพื่อรับทราบคำสั่งฟ้องในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ จากเหตุทะเลาะวิวาท บริเวณที่จอดรถครกใหญ่อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่วนฝั่งวัยรุ่น ที่เป็นเยาวชนจำนวน 4 คน โดนตั้งข้อหาร่วมกันต่อสู้และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ และร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ
นายชิงชัย เปิดเผยว่า ได้แจ้งข้อหานายสุเทพ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ในส่วนกลุ่มวัยรุ่นได้แยกออก คือ วัยรุ่นพ้นเกณฑ์เยาวชน 4 คน และเยาวชน 1 คน โดย 4 คนได้ตั้งข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงาน และร่วมกันทำร้ายผู้อื่น ส่วนคนขับรถตู้ตั้งข้อหา จอดรถลักษณะกีดขวางการจราจร คดีนี้สำนักงานอัยการจังหวัดชลบุรีได้พิจารณาตามหลักฐาน ไม่ใช่ตามกระแสสังคม พิจารณาแบบตรงไปตรงมาเพราะไม่รู้จักกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ หลังจากนี้ขอให้ทั้งสองฝ่ายหาพยานหลักฐานเพื่อเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลต่อไป
ด้าน นายสุเทพ กล่าวภายหลังรับทราบข้อกล่าวหาว่า รู้สึกเครียด แต่ก็ต้องหาหนทางต่อสู้ต่อไป และจะต้องอยู่ให้ได้เพื่อปกป้องครอบครัว อยากถามว่า ที่ออกมาปกป้องครอบครัวจากกลุ่มคนที่จะเข้ามาทำร้าย แต่โดนข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แต่อีกฝ่ายเป็นกลุ่มเข้ามาเหมือนจะเข้ามาฆ่าตนเอง แต่กลับโดนข้อหาทำร้ายร่างกาย นี่หรือคือกระบวนการยุติธรรมของไทย ก็อยากถามว่าต้องรอให้กลุ่มวัยรุ่นมาทำร้ายครอบครัวให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตก่อนใช่ไหม แล้วค่อยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ขณะที่ นายสหภาพ วงศ์ธรรมเจริญ บิดาวัยรุ่นที่เสียชีวิต กล่าวว่า คดีนี้ ถ้าอัยการสั่งไม่ฟ้อง ทางครอบครัวก็จะฟ้องเอง เพราะมีลูกคนเดียว ชีวิตที่เหลือก็ต้องอยู่ต่อไป และขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ด้าน ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า อัยการมีคำสั่งฟ้องนายสุเทพนั้นขอยืนยันว่า ทางอัยการพิจารณาสั่งคดีด้วยความเป็นธรรมเป็นกลางกับทุกฝ่าย เป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนมิได้กลั่นแกล้งแต่อย่างใด







