
ต้องรอบคอบ
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำโดย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ยืนยันเดินหน้าประมูลคลื่นความถี่สำหรับโทรศัพท์มือถือตามโรดแมปภายในเดือน มี.ค.2561 หลังจากเพิ่งจบมหากาพย์การประมูลคลื่น 4จี ที่มีมูลค่าสูงถึง 7.5 หมื่นล้านบาทต่อใบอนุญาต
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำโดย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ยืนยันเดินหน้าประมูลคลื่นความถี่สำหรับโทรศัพท์มือถือตามโรดแมปภายในเดือน มี.ค.2561 หลังจากเพิ่งจบมหากาพย์การประมูลคลื่น 4จี ที่มีมูลค่าสูงถึง 7.5 หมื่นล้านบาทต่อใบอนุญาต
เกมธุรกิจของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาท ยังสร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับสังคมถึงการเคาะราคาประมูลแบบดุเดือดถึง 7 หมื่นล้านบาท นั่นคือความตั้งใจจริงในการเข้าแข่งขันทางธุรกิจ หรือหวังผลประโยชน์แอบแฝงอย่างไรกันแน่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการสอบสวนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังประมูล ผู้ประกอบการยังสามารถสร้างผลกำไรได้ เพราะต้นทุนในการให้บริการยังไม่สูงมากนัก แต่ผู้ประกอบการจะต้องเจอภาวะวิกฤตในการจ่ายเงินค่าประมูลงวดที่ 3 ในปี 2563 ที่จะมีมูลค่าสูงถึง 6.3 หมื่นล้านบาท ทำให้ช่วงเวลาก่อนจะถึงวันนั้น ผู้ประกอบการทุกค่ายต่างเร่งสร้างฐานลูกค้า ดึงผู้ใช้บริการมาเป็นลูกค้าของตัวเอง เพื่อสร้างฐานธุรกิจ ดังจะเห็นได้จากโปรโมชั่นที่ออกมามากมาย และ กสทช.ยืนยันว่าเป็นราคาที่ต่ำกว่าอัตราค่าบริการขั้นต่ำที่ กสทช.กำหนด
ทั้งนี้ นอกจากการบริการพื้นฐานด้านเสียง ดาต้า ปัจจุบันผู้ประกอบการยังให้บริการอื่นๆ ที่เพิ่มการใช้งานด้านอินเทอร์เน็ต หรือด้านข้อมูล (ดาต้า) ส่วนนี้จะคิดค่าบริการเพิ่มขึ้นต่างหาก ซึ่งกสทช.ควรนำไปคำนวณรวมด้วยว่า การคิดค่าบริการเกินอัตราขั้นต่ำที่ กสทช.กำหนดหรือไม่
ดังนั้น ก่อนที่ กสทช.จะเปิดประมูลครั้งใหม่ควรศึกษาสภาพตลาดและความต้องการของผู้บริโภคอย่างถ่องแท้เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรนั้นเกิดคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง รวมทั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชุดปัจจุบัน จะหมดวาระในวันที่ 7 ต.ค.นี้ และเริ่มเข้าสู่กระบวนการสรรหา กสทช.ชุดใหม่ ซึ่งจะเป็นไปตาม พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของคณะกรรมการ ไม่แยกระหว่างกิจการโทรคมนาคม และกิจการโทรทัศน์ ซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาการให้ใบอนุญาตประกอบกิจการทั้งสองกิจการด้วย
ต้องยอมรับว่า ทั้งสองกิจการมีความแตกต่างกัน แต่ใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่ที่มีอยู่จำกัดในการให้บริการกับประชาชนเช่นเดียวกัน กรณีของการให้อนุญาตกิจการทีวีดิจิทัลเป็นข้อพิสูจน์ถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการคลื่นความถี่ ที่ไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคลื่นความถี่ และรวมถึงทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้อย่างแท้จริง ขณะที่ ผู้ประกอบการที่มองตลาดผิดพลาดต้องบาดเจ็บและเรียกร้องมาตรการเยียวยา ซึ่งเป็นบทเรียนที่จะต้องพิจารณาให้ถ่องแท้
ขณะที่ กิจการโทรคมนาคม แม้จะมีการเปิดประมูล แต่ไม่สามารถมีผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้ามาเป็นทางเลือกให้กับประชาชนได้ แม้รัฐจะได้เงินจากการประมูลมากมาย ส่วนหนึ่งได้นำมาสร้างประโยชน์ในโครงการเน็ตประชารัฐ สุดท้ายต้องไปดูว่าประชาชนได้ประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่นี่อย่างเต็มที่จริงหรือไม่
ดังนั้น ในช่วงก่อนที่จะเกิดการประมูลครั้งใหม่ สำนักงาน กสทช.ควรต้องศึกษาสภาพตลาดและความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง รวมทั้งถอดบทเรียน ประเมินผลจากการประมูลครั้งก่อนว่าส่วนไหนได้ประโยชน์ ส่วนไหนเสียประโยชน์ จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย n







