
ยากแค่ไหน ก็ทำเองได้
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยบินจากกรุงเทพฯ 8 ชั่วโมง มายังนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ความสวยงามของเมืองระดับโลกแห่งนี้ไม่เคยเปลี่ยน เมืองที่การพัฒนาต้องคำนึงถึงความยั่งยืน เมืองที่ธรรมชาติกับคนอยู่อย่างกลมกลืน เมืองที่ทุกคนได้ใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันอย่างเท่าเทียม มาครั้งนี้เพื่อมาศึกษาเรื่องการพัฒนาพลังงานสะอาดของประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติเหลือล้น ทั้งถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ จนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานจากแหล่งใดๆ ภายนอกประเทศมาใช้เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
บินจากกรุงเทพฯ 8 ชั่วโมง มายังนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ความสวยงามของเมืองระดับโลกแห่งนี้ไม่เคยเปลี่ยน เมืองที่การพัฒนาต้องคำนึงถึงความยั่งยืน เมืองที่ธรรมชาติกับคนอยู่อย่างกลมกลืน เมืองที่ทุกคนได้ใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันอย่างเท่าเทียม มาครั้งนี้เพื่อมาศึกษาเรื่องการพัฒนาพลังงานสะอาดของประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติเหลือล้น ทั้งถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ จนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานจากแหล่งใดๆ ภายนอกประเทศมาใช้เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า
จึงไม่แปลกใจว่า ปัจจุบันออสเตรเลียผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหินถึงเกือบ 80% และก๊าซธรรมชาติอีกกว่า 10% ที่เหลือมาจากพลังงานน้ำ และใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ น้อยมาก ค่าไฟฟ้าที่นี่จึงมีราคาถูกมาก เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วด้วยกัน กระนั้นก็ตาม ออสเตรเลียกลับส่งเสริมให้ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยเฉพาะพลังงานจากแสงอาทิตย์ เพราะที่นี่มีแสงแดดแรงและสม่ำเสมอ ทำให้มีการเริ่มติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านพักอาศัยเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง แต่ก็ยังเป็นจำนวนน้อย เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนการใช้พลังงานของประเทศ ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากราคาแผงโซลาร์เซลล์ ที่ถึงแม้จะราคาจะถูกลงมากแล้ว ก็ยังมีต้นทุนสูงกว่าซื้อไฟฟ้าใช้ตามปกติอยู่ดี
จนมีนักฟิสิกส์ผู้หนึ่ง คือ ศ.พอล เดสทัวร์ อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งเมืองนิวคาสเซิล ที่ตั้งอยู่ตอนเหนือ ขับรถจากซิดนีย์ไปประมาณ 2 ชั่วโมง ได้คิดค้นแผ่นโซลาร์เซลล์ที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ทั่วไปได้ และมีราคาถูกเพียง 300 บาท/ตารางเมตรเท่านั้น หลักการคือการพัฒนาหมึกพิมพ์พิเศษที่เมื่อพิมพ์ลงบนแผ่นพลาสติกใสแล้ว จะกลายเป็นแผ่นโซลาร์เซลล์ได้เลย เพราะหมึกที่คิดค้นขึ้นนี้มีอิเล็กตรอนเคลื่อนที่ได้ไวเมื่อกระทบแสง แผ่นโซลาร์เซลล์นี้ม้วนพับได้เหมือนแผ่นพลาสติกทั่วไป จะนำไปติดหลังคา ผนัง หรือหน้าต่าง ก็สามารถทำได้ง่าย
แปลกใจที่อาจารย์พอลเป็นชาวอังกฤษ จบจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แต่กลับมาสอนที่มหาวิทยาลัยไกลบ้าน ท่านให้ข้อคิดอย่างน่าสนใจว่า ก็รู้อยู่ว่าที่ เคมบริดจ์สะดวกสบายกว่ามาก อยากได้อะไรก็ได้ทันที เงินทุนก็มาก อุตสาหกรรมก็สนับสนุน เพราะชื่อเสียงมหาวิทยาลัยดังก้องโลก ถึงแม้ที่นี่จะไกลความเจริญ เครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่พร้อม แต่ชอบชุมชน รักผู้คนที่นี่ แต่มีแรงบันดาลใจว่ายากแค่ไหนก็จะเป็น "นักฟิสิกส์ผู้เปลี่ยนแปลงโลก" ให้ได้
จึงเริ่มวิจัยเรื่องพลังงานไฟฟ้าราคาถูก เพราะทุกวันนี้ยังมีคนอีกมากกว่า 1,000 ล้านคน ไม่มีไฟฟ้าใช้ ดังนั้นการคิดค้นแผ่นโซลาร์เซลล์พิมพ์ได้ขึ้นมา ก็เพื่อเปลี่ยนโลกใบนี้ให้น่าอยู่ขึ้น ทุกคนได้มีไฟฟ้าใช้ และยังช่วยเหลือในยามประสบภัยพิบัติธรรมชาติ ที่พลังงานไฟฟ้าถูกตัดขาดอีกด้วย ผมได้แสดงความชื่นชมแต่ท่านกลับตอบว่า ที่ทำไปทั้งหมดนี้ยาวนานกว่า 20 ปีต่อเนื่อง ก็เพียงเพื่อตอบแทนชุมชนที่นี่ ที่ดูแลครอบครัวให้อยู่อย่างมีความสุข ทัศนคติวิเศษมาก
กรณีนี้อาจจะสรุปได้ว่า 1.คนเราไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หากมีความมุ่งมั่นสุดๆ แล้ว แม้มีทรัพยากรที่ไม่พร้อม ก็สามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกได้ 2.โลกวันนี้คือโลกของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ใครไม่แสวงหาองค์ความรู้ก็คงจะอยู่รอดได้ยาก และ 3.แม้ประเทศจะมีทรัพยากรธรรมชาติเหลือล้น ก็มิได้จะอยู่อย่างประมาท ยังคงแสวงหาทางเลือกอื่นด้วยเช่นกัน
ประเทศไทยวันนี้ยังต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ในสัดส่วนมากกว่า 60% พลังงานแสงอาทิตย์ก็ยังไม่ได้ส่งเสริมอย่างจริงจังให้คนทั่วไปใช้ได้ อีกทั้งยังต้องนำเข้าเทคโนโลยีทางพลังงานทุกประเภท ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
หรือว่าเราต้องรอจนวินาทีสุดท้าย ถึงจะเริ่มสู้ เริ่มคิด เริ่มทำเองเสียที







