posttoday
หุ้นก.ย.1,570-1,670จุด

หุ้นก.ย.1,570-1,670จุด

02 กันยายน 2560

โบรกเกอร์มองเดือน ก.ย.เงินต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทยเพราะปลอดภัย

โบรกเกอร์มองเดือน ก.ย.เงินต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทยเพราะปลอดภัย หุ้นยังขึ้นน้อยให้กรอบราคา 1,570-1,670 จุด

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ มองว่า ตลาดหุ้นไทยในเดือน ก.ย.น่าจะมีเงินต่างชาติไหลเข้าจากความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างประเทศยังมีอยู่สูงในเดือน ก.ย.-ต.ค. หุ้นไทยเป็นตลาดปลอดภัยที่ยังปรับตัวขึ้นน้อยในปีนี้ และปัจจัยในประเทศช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เป็นบวกมากขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับข้อมูลทางสถิติย้อนหลัง 10 ปีที่บ่งชี้ว่า ต่างชาติมักเป็นผู้ซื้อสุทธิในเดือน ก.ย.เฉลี่ยราว 4,800 ล้านบาท โดยมีระดับความเชื่อมั่นที่ 70%

ดังนั้นจึงให้แนวรับแนวต้านที่ 1,600 1,590 และ 1,650 และ 1,670 จุด

ทั้งนี้ ยังใช้กลยุทธ์เลือกซื้อเป็นรายตัวในหุ้นที่มีองค์ประกอบครบทั้ง 3 ข้อดังนี้ คือ มีแนวโน้มงบไตรมาส 3 ดี การประเมินมูลค่าหุ้นถูกและราคายังขึ้นน้อย

ทิสโก้แนะนำหุ้นเด่นในเดือน ก.ย.คือ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) บริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท โรงพยาบาลราชธานี (RJH) บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) และบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ (TPIPP) ทั้งนี้ BANPU CK TCAP TPIPP ยังมีข่าวดีเรื่องการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรออยู่

ปัจจัยเสี่ยง คือ (1) การวกกลับของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจากอ่อนเป็นแข็ง (2) สถานการณ์เกาหลีเหนือที่เลวร้ายลง-ใช้ความรุนแรง (3) ราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลง (4) ความวุ่นวายทางการเมืองระลอกใหม่

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ ประเมินทิศทางดัชนีหุ้นไทยในเดือน ก.ย.จะแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 1,570-1,640 จุด แม้ว่าดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นเกินระดับ 1,600 จุด แต่เป็นระดับที่เปราะบาง เนื่องจากสูงเกินกว่าระดับที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนจะรองรับ จนทำให้โอกาสปรับลดลงเริ่มเปิดกว้างมากขึ้น มองว่าดัชนีมีโอกาสยืนเหนือระดับ 1,590 จุดได้ในระยะสั้น จากวงจรจิตวิทยาเชิงบวกที่เกิดขึ้น รวมถึงการที่ดัชนียังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าภูมิภาคในปีนี้

ปัจจัยที่ต้องจับตา คือ การปรับลดประมาณการกำไร (EPS) ของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มที่อิงกับความต้องการภายในประเทศว่า จะมีสัญญาณหยุดแล้วหรือไม่ หากยังไม่หยุด มองจะจำกัดการปรับตัวขึ้นของดัชนีที่สำคัญ

ล่าสุดประมาณการ EPS ปี 2560 และ 2561 ของตลาดอยู่ที่ระดับ 100.5 และ 111.0 บาทตามลำดับ พี/อีอนาคต ที่ 16.1 และ 14.6 เท่าตามลำดับ ถือว่าเป็นระดับที่สูงเทียบค่าเฉลี่ยระยะยาว

สำหรับหุ้นส่งออกที่น่าสนใจ คือ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) (ราคาเป้าหมาย 28 บาท) บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) (ราคาเป้าหมาย 50 บาท) และบริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป (TU) ราคาเป้าหมาย 24 บาท ผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วงเดือน ก.ย. 5 ปีหลังสุดให้ผลตอบแทนอยู่ในเกณฑ์ดี

นางอาภาภรณ์ แสวงพรรค นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส คงประเมินดัชนีเป้าหมายปีนี้ไว้ที่ 1,650 จุด เทียบเท่ากับสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปีนี้ 16.7 เท่า และอัตราเติบโตกำไรต่อหุ้นของตลาดที่ 6% มีโอกาสปรับขึ้น 2% จากระดับดัชนีปัจจุบัน

กลยุทธ์การลงทุนคือ ถือหุ้นที่ธุรกิจมั่นคงและจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ และทยอยซื้อสะสมหุ้นเติบโตแกร่งจังหวะอ่อนตัว และขายทำกำไรเมื่อถึงเป้าหมาย

ทั้งนี้ หุ้นที่แนะนำประกอบด้วย กลุ่มเติบโต บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) บริษัท ไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) กลุ่มมูลค่าเป็นบริษัท อมตะคอร์ปอเรชั่น (AMATA) กลุ่มปันผลเป็นบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ส่วนหุ้นม้ามืด เป็นบริษัท
ซีฟโก้ (SEAFCO)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท