posttoday
ซีคอนพร้อมรับรถไฟฟ้า ผุด ‘ยูนีค เดสติเนชั่น’ ดึงใจลูกค้า

ซีคอนพร้อมรับรถไฟฟ้า ผุด ‘ยูนีค เดสติเนชั่น’ ดึงใจลูกค้า

31 สิงหาคม 2560

วันเพ็ญ พุทธานนท์โครงการรถไฟฟ้าที่เกิดขึ้นครอบคลุมทั่วทุกมุมเมือง กลายเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันการเติบโตของธุรกิจศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ทั้งสาขาศรีนครินทร์และบางแค เพราะมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านทั้งสองโครงการ ทำให้ซีคอนเร่งปรับกลยุทธ์และพัฒนาศูนย์ทั้งสองแห่งเพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว

วันเพ็ญ พุทธานนท์

โครงการรถไฟฟ้าที่เกิดขึ้นครอบคลุมทั่วทุกมุมเมือง กลายเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันการเติบโตของธุรกิจศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ทั้งสาขาศรีนครินทร์และบางแค เพราะมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านทั้งสองโครงการ ทำให้ซีคอนเร่งปรับกลยุทธ์และพัฒนาศูนย์ทั้งสองแห่งเพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว

ตะติยะ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอป เมนท์ และบริษัท ซีคอน บางแค เปิดเผยว่า นับเป็นโอกาสดีของศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ซึ่งเป็นโมโนเรล จะเปิดให้บริการในปี 2563 และวิ่งผ่านหน้าซีคอนสแควร์ สาขาศรีนครินทร์ และรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ที่จะเปิดให้บริการในปี 2562 วิ่งผ่านหน้าซีคอนสแควร์ สาขาบางแค

การที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านหน้าศูนย์การค้าทั้งสองแห่งของบริษัท จะทำให้การเดินทางมายังศูนย์ง่ายขึ้น และยังส่งผลให้มีจำนวนคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ตามมา จึงถือเป็นทั้งการเพิ่มความถี่ของลูกค้าเดิม ตลอดจนการเพิ่มโอกาสของลูกค้าใหม่ที่จะเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งถือเป็นศักยภาพในการทำธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ตะติยะยกตัวอย่างการเกิดรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินที่จะผ่านซีคอน บางแค ว่า ส่งผลให้มีคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ 4-5 โครงการ รวมกว่า 1.3 หมื่นยูนิต นั่นหมายความว่าจะมีผู้อยู่อาศัยใหม่ในพื้นที่เพิ่มขึ้น และเป็นโอกาสของซีคอน บางแค ในการเพิ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ดังนั้น สิ่งสำคัญ คือ ต้องสร้างความแตกต่างเพื่อดึงลูกค้า

จากโอกาสดังกล่าว บริษัทจึงได้เร่งปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจเพื่อดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ ด้วยการพัฒนาคอนเซ็ปต์หลักใหม่ของการดำเนินธุรกิจ นั่นคือ การเป็น ยูนีค เดสติเนชั่น (Unique Destination) โดยจะสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากผู้ประกอบการค้าปลีกรายอื่น ทั้งด้านการตกแต่ง ดีไซน์ ร้านค้าที่เปิดในศูนย์ ตลอดจนรูปแบบการจัดอีเวนต์

"สิ่งที่เราเริ่มทำแล้ว คือ การทำ อีเวนต์ที่เป็นยูนีคและนำหน้าคู่แข่ง เพราะความใหญ่ของศูนย์การค้าซีคอนทำให้เราสามารถพัฒนาความหลากหลายได้มากกว่า และสามารถนำพื้นที่ในโซนต่างๆ มาจัดอีเวนต์ได้มากขึ้น ซึ่ง อีเวนต์ที่ซีคอนจัดได้อย่างแตกต่าง ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างมาก"

ปัจจุบันศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ จัดอีเวนต์ใหญ่ปีละประมาณ 30 อีเวนต์ และสาขาบางแค จัดประมาณ 50 อีเวนต์/ปี ซึ่งถือเป็นการสร้าง รายได้อีกธุรกิจหนึ่งนอกเหนือจากรายได้ค่าเช่าพื้นที่ในศูนย์

ทั้งนี้ ซีคอนยังได้เพิ่มแม่เหล็กเพื่อดึงคนเข้าศูนย์ โดยสาขาศรีนครินทร์ได้พัฒนาโซน คาโนปี้ (CANOPY) ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมร้านอาหารขนาดพื้นที่ 1 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.) ใช้เงินลงทุน 250 ล้านบาท ซึ่งเปิดให้บริการแล้วเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา และจะพัฒนาโซน ฟู้ด ออน โฟร์ (Food on Four) ที่ซีคอน บางแค บริเวณชั้น 4-6 ขนาดพื้นที่ 1 หมื่น ตร.ม. ใช้เงินลงทุน 300 ล้านบาท คาดพร้อมเปิดให้บริการประมาณเดือน ส.ค.-ก.ย. 2561 ภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกับคาโนปี้ หลังจากเห็นผลตอบรับที่ดี

แผนงานที่วางไว้ทั้งหมดนี้ เมื่อรวมกับโอกาสที่เกิดขึ้น ผู้บริหารซีคอนสแควร์เชื่อว่าจะเพิ่มทราฟฟิกหรือจำนวนคนเข้ามาใช้บริการในศูนย์ทั้งสองแห่งไม่ต่ำกว่า 15% แน่นอน

สำหรับผลการดำเนินงานของธุรกิจในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา (ณ เดือน มิ.ย. 2560) พบว่า ซีคอน ศรีนครินทร์ มีอัตราการเติบโตของทราฟฟิกเพิ่มขึ้น 8% จากจำนวนลูกค้าในวันธรรมดา 6-7 หมื่นคน/วัน และ 1.2 หมื่นคนในวันหยุด ขณะที่ ซีคอน บางแค จำนวน ทราฟฟิกเพิ่มขึ้น 10% โดยลูกค้าวันธรรมดาอยู่ที่ 3.5-4 หมื่นคน/วัน และในวันหยุด 5 หมื่นคน/วัน ในส่วนของรายได้พบว่าเติบโตเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ในส่วนของธุรกิจโรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต ธุรกิจในเครือ ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ พบว่า มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเพิ่มจาก 80% เป็น 87% ซึ่งเป็นผลจากการท่องเที่ยวที่เติบโตเพิ่มมากขึ้น โดยลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและเอเชีย เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง

นอกจากนี้ บริษัทยังมีที่ดินอีก 40 ไร่ ที่ จ.กระบี่ ซึ่งอยู่ในแผนการพัฒนาโรงแรมระยะ 3-5 ปีจากนี้ หากเป็นโรงแรมขนาด 200 ห้อง ใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

ขณะที่ปีนี้ ตะติยะ มั่นใจว่า ซีคอน บางแค จะมีรายได้ 600 ล้านบาท และซีคอน ศรีนครินทร์ อยู่ที่ 1,560 ล้านบาท ตามเป้าหมายแน่นอน

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า