posttoday
เฟอร์นิเจอร์เปิดศึก4.0

เฟอร์นิเจอร์เปิดศึก4.0

31 สิงหาคม 2560

ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ เปิดแนวรบยุค 4.0 อินเด็กซ์ ชูเทคโนโลยีบุกตลาดบิลต์อินเต็มตัว ขณะที่ดูโฮม ลุยขยายตลาดอี-คอมเมิร์ซ

ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ เปิดแนวรบยุค 4.0 อินเด็กซ์ ชูเทคโนโลยีบุกตลาดบิลต์อินเต็มตัว ขณะที่ดูโฮม ลุยขยายตลาดอี-คอมเมิร์ซ

นายเอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เปิดเผยว่า บริษัทได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการขยายธุรกิจเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ภายใต้ชื่อ ยูนิค ที่จะช่วยลดปัญหา ลดขั้นตอนการทำงาน รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายให้ลูกค้าด้วยระบบ บิลต์อิน 4.0 ตั้งแต่การออกแบบเฟอร์ นิเจอร์บิลต์อินตามความต้องการของลูกค้า การคำนวณราคาที่รวดเร็ว การผลิตที่ใช้โรบอตแทนแรงงานจากคนทำให้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น

ทั้งนี้ ระบบเทคโนโลยีบิลต์อิน 4.0 จะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับห้อง ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีมากกว่าล้านดีไซน์ จากพื้นที่ 35 ตารางเมตร สามารถเพิ่ม การใช้สอยได้เท่ากับ 53 ตารางเมตร หรือมีพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้นถึง 50% ขณะที่ราคาจะถูกกว่าตลาดประมาณ 20% สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุดในภาวะที่ราคาคอนโดมิเนียมสูงขึ้นและมีขนาดที่ เล็กลง

"ตลาดเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินยังไม่มีการเก็บตัวเลขที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และที่ผ่านมาผู้เล่นในตลาดจะเป็นผู้รับเหมาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการเข้าสู่ตลาดบิลต์อินของบริษัทในครั้งนี้ตั้งเป้าจะขยายสาขายูนิค ในอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ให้ครบ 28 สาขา ในกลางปี 2561 จับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่นิยมซื้อคอนโดมิเนียม ปัจจุบันต้องการความเฉพาะตัวมากขึ้น โดยในปี 2561 ตั้งเป้ายอดขาย 800 ล้านบาท และใน 3 ปีจะมียอดขายเกิน 3,000 ล้านบาท" นายเอกลักษณ์ กล่าว

ด้าน นายมารวย ตั้งมิตรประชา กรรมการบริหาร บริษัท ดูโฮม กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างขยายระบบบริหารจัดการธุรกิจทั้งองค์กรผ่านระบบคลาวด์ของอเมซอน เว็บ เซอร์วิส (AWS) ซึ่งจะแล้วเสร็จในปลายเดือน ก.ค.นี้ หลังจากที่ได้เริ่มใช้แพลตฟอร์มการให้บริการเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ เมื่อปี 2559 เพื่อจำหน่ายสินค้าออนไลน์โดยบริษัทมีการลงทุนระบบไอทีรวม 60 ล้านบาท

ทั้งนี้ ด้วยเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหันมาซื้อออนไลน์มากขึ้น ซึ่งปีที่แล้วมีผู้เข้ามาใช้บริการ 13 ล้านคน ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 30 ล้านคน ขณะเดียวกันในตลาดวัสดุก่อสร้างยังไม่มีรายใดที่ทำตลาดสินค้าที่ครอบคลุม และบริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ ดังนั้นบริษัทมองถึงโอกาสจึงมีการลงทุนพัฒนาระบบไอทีรองรับตลาดในอนาคต จากการใช้ระบบคลาวด์นอกจากจะช่วยให้การทำงานรวดเร็วไม่มีปัญหาข้อมูลสูญหายแล้วยังสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 40%

สำหรับในปีนี้คาดว่ารายได้ทางออนไลน์จะอยู่ราว 32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 13 ล้านบาท และได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ออนไลน์เป็น 10% ในช่วง 2-3 ปีนี้ จากปัจจุบันมีอยู่เพียง 1%

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี