
คลินิกศัลยกรรมดุ แข่งหั่นค่าเสริมดั้ง
เอ็นซีซี ระบุธุรกิจศัลยกรรมแข่งเดือด คลินิกใหม่เกิดเยอะ ล่าสุดชู เจซีไอ มาตรฐานสถานพยาบาลระดับโลกเรียกลูกค้า
เอ็นซีซี ระบุธุรกิจศัลยกรรมแข่งเดือด คลินิกใหม่เกิดเยอะ ล่าสุดชู เจซีไอ มาตรฐานสถานพยาบาลระดับโลกเรียกลูกค้า
นพ.นพรัตน์ รัตนวราห ผู้อำนวยการและเจ้าของเอ็นซีซี คอสเมติก คลินิก เปิดเผยว่า ภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจคลินิกศัลยกรรมในปีนี้ ยังคงมีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากมีคลินิกใหม่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และบางส่วนเป็นคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากแพทย์ส่วนหนึ่งที่ทำการรักษาไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง เพราะปัจจุบันมีแพทย์ที่จบเฉพาะด้านศัลยแพทย์ประมาณ 500 คนเท่านั้น แต่จำนวนคลินิกที่เปิดให้บริการมีมากกว่า 500 แห่ง
นอกจากนี้ ปัญหาเศรษฐกิจก็ถือ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คลินิกศัลยกรรมมีการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะคลินิกที่เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง ถึงล่าง จะเน้นการแข่งขันในด้านของราคาเป็นหลัก เช่น ทำจมูกราคาประมาณ 4-5 หมื่นบาท ถูกกว่าระดับบนที่ทำจมูกกว่าแสนบาท เพื่อกระตุ้นความสนใจให้ลูกค้าเข้าไปใช้บริการ ส่วนคลินิกระดับบนเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยได้รับปัจจัยลบดังกล่าว ยังคงเน้น การแข่งขันคุณภาพและมาตรฐานการบริการเป็นหลักเช่นเดียวกับเอ็นซีซี คลินิก
สำหรับแนวทางการทำตลาดของบริษัทนับจากนี้ จะให้ความสำคัญกับการขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เอ็นซีซี คลินิก เพิ่งได้รับมาตรฐาน เจซีไอ (Joint Commission International) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระจากสหรัฐที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำหน้าที่รับรองคุณภาพสถานพยาบาลว่าได้มาตรฐาน
"กลุ่มลูกค้าต่างชาติที่จะเข้าไปขยายตลาดเพิ่ม คือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน เนื่องจากปัจจุบันมีลูกค้าส่วนหนึ่งเข้ามาใช้บริการอยู่บ้างแล้ว และมีการบอกต่อ ทางคลินิกจึงเห็นโอกาสในการเข้าไปขยายตลาดดังกล่าว ด้วยการโปรโมทคลินิกผ่านเว็บไซต์ในระบบ 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และจีน" นพ.นพรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ การทำตลาดเจาะลูกค้าต่างชาติยังคงเน้นไปที่กลุ่มระดับบนเหมือนที่ผ่านมา โดยกลุ่มประเทศที่เข้ามาใช้บริการมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา ประกอบด้วย สิงคโปร์ ฮ่องกง สปป.ลาว จีน และเวียดนาม โดยเฉพาะคนจีนให้ความนิยมทำศัลยกรรมในไทยควบคู่ไปกับเกาหลี หลังจากทำการตลาดขยายฐานลูกค้าต่างชาติมากขึ้น คาดว่าสิ้นปี 2561 น่าจะมีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 20% จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 5-10%
นพ.นพรัตน์ กล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการฉลองที่คลินิกได้รับมาตรฐานเจซีไอ ในเดือน ก.ย.นี้ได้มีการทำโปรโมชั่นเสริมจมูกพร้อมกระดูกหลังหู สำหรับเคสใหม่ในราคา 7.9 หมื่นบาท จาก 1 แสนบาท และสำหรับแก้ไขอยู่ที่ 8.9 หมื่นบาท จากกว่า 1 แสนบาท หลังจากเดินหน้าขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องด้วยคาดว่าสิ้นปี 2560 นี้จะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10-20% และเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 20-40% ในสิ้นปี 2561







