posttoday
อย่าลูบหน้าปะจมูก

อย่าลูบหน้าปะจมูก

30 สิงหาคม 2560

นโยบายการจัดการที่ดินของรัฐควรมีรูปธรรมโดยเร็ว ทั้งการจำแนกแยกแยะประเภทของที่ดินที่ทับซ้อนกันและเร่งสังคายนาการกระจายการถือครองให้มีความถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้

นโยบายการจัดการที่ดินของรัฐควรมีรูปธรรมโดยเร็ว ทั้งการจำแนกแยกแยะประเภทของที่ดินที่ทับซ้อนกันและเร่งสังคายนาการกระจายการถือครองให้มีความถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันที่ดินได้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนเพียงไม่กี่ราย เอ่ยชื่อตระกูลหนึ่งตระกูลใดประชาชนโดยทั่วไปก็มักรับรู้กันเป็นอย่างดีว่าบุคคลเหล่านั้นคือเศรษฐีเจ้าของที่ดินรายใหญ่ระดับประเทศ

แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้มีแค่กลุ่มทุนที่ไม่รู้จักพอ แต่ยังมีกลุ่มทุนรายย่อยอื่นๆ อีกมากที่ไปกว้านซื้อที่ดินกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่ดิน ส.ป.ก.ทั้งที่กฎหมายของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้กำหนดวัตถุประสงค์ไว้เพื่อการทำการเกษตรอย่างชัดแจ้งและไม่สามารถซื้อขายได้

ที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐพยายามทวงคืนที่ดินเหล่านี้คืน แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จจนน่าพอใจมากนัก กรณีการบุกรุกที่ดินและการสวมสิทธิที่ ส.ป.ก.ในหลายจังหวัด แม้จะมีการปลดข้าราชการระดับสูงออก รวมทั้งมีการฟ้องร้องดำเนินคดีอยู่หลายราย แต่ก็น่าแปลกใจว่ากระบวนการนำที่ดินเหล่านั้นมาแจกจ่ายให้เกษตรกรที่ไร้ที่ดินทำกินยังล่าช้าอยู่มาก

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ไปแจกเอกสารสิทธิที่สำนักงาน ส.ป.ก. จ.สระแก้ว พร้อมกับสั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปดำเนินการยึดที่ดินนายทุนคืนให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เพื่อนำที่ดินเหล่านั้นมาจัดสรรให้เกษตรกร

โดยเฉพาะที่ดินบริษัท สวนกิตติ ที่ดำเนินธุรกิจกระดาษยักษ์ใหญ่ของประเทศครอบครองอยู่กว่าหมื่นไร่ นายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งดำเนินการโดยไม่มีลูบหน้าปะจมูก

กรณีสวนป่ากิตติเป็นที่ทราบกันดีว่า บริษัท สวนกิตติ แห่งนี้ถูกกล่าวหาว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนและที่ดิน ส.ป.ก.ในพื้นที่ภาคตะวันออกมาอย่างยาวนาน และได้มีการตรวจสอบกันครั้งแล้วครั้งเล่ามาในทุกยุคทุกสมัย แต่เมื่อกระแสเงียบ เรื่องราวการบุกรุกก็มักหายเข้ากลีบเมฆตามไปด้วยทุกครั้ง

ทั้งนี้ สำนักงาน ส.ป.ก.ได้สรุปตัวเลขล่าสุดว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการยึดคืนพื้นที่จากผู้ครอบครองโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน รวมทั้งสิ้น 310,167 ไร่ ในพื้นที่ 28 จังหวัด จากเป้าหมายทั่วประเทศ 4 แสนไร่ และจะนำที่ดินไปจัดสรรให้เกษตรกรในรูปแบบกลุ่มหรือสถาบันเกษตรกรตามนโยบายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. เพื่อแก้ปัญหาการไร้ที่ดินทำกิน และไร้ที่อยู่อาศัย ตลอดจนเป็นการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมอีกด้วย

นอกจากนี้ ในปี 2560 สำนักงาน ส.ป.ก.มีพื้นที่นำมาดำเนินการจัดสรรให้เกษตรกรทั้งสิ้น 1 แสนไร่ และพร้อมจัดสรรให้เกษตรกรใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สระแก้ว นครราชสีมา ชลบุรี กาญจนบุรี สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ รวมเนื้อที่ 16,742 ไร่ รองรับเกษตรกร 1,384 ราย

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการดำเนินการชัดเจนว่ากระบวนการจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรเป็นไปด้วยความล่าช้า เมื่อเทียบกับระยะเวลาการทวงคืนที่ดินตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีบริษัท สวนกิตติ ที่บุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.อยู่กว่า 2,000 ไร่ และยังถูกกล่าวหาว่ามีการสวมสิทธิที่ดินประเภท ส.ป.ก.4-01 ปลูกยูคาลิปตัสอีกนับหมื่นไร่

นโยบายทวงคืนสวนกิตติเที่ยวนี้จะสำเร็จหรือไม่ จะพิสูจน์ฝีมือรัฐมนตรีเกษตรฯ ล้วนๆ n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท