
ค้าปลีกแข่งเดือด ถึงเวลาโลว์ โอเพ่น
....เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
การแข่งขันประมูลซื้อกิจการค้าปลีกขนาดใหญ่อย่างคาร์ฟูร์ในเมืองไทย สะท้อนให้เห็นการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกที่รุนแรง บวกกับพฤติกรรมชื่นชอบการช็อปปิ้งของคนไทย ทำให้ธุรกิจค้าปลีกเป็นขุมทรัพย์แหล่งใหญ่ที่คนต้องการกระโดดเข้าไป
จากแนวโน้มดังกล่าวบริษัท โลว์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ จึงเห็นเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะเปิดบริการใหม่ขึ้นในประเทศไทย พร้อมกับอีกหลายประเทศทั่วโลกในนาม
“โอเพ่น” (OPEN)โทนี่ เพรห์น ประธานบริหาร บริษัท โลว์ ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรกที่โลว์ กรุ๊ป เลือกเปิดตัวบริการใหม่ โอเพ่น ซึ่งเป็นการรีแบรนด์มาจากหน่วยธุรกิจโลว์ แอคทิเวชั่น แล้วเพิ่มด้วยบริการด้านสื่อสารการตลาดในธุรกิจค้าปลีก หรือรีเทล คอมมูนิเคชั่นส์
เหตุผลหลัก คือ ไทยเป็นสถานที่ที่ธุรกิจค้าปลีกขยายตัว รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง การเปิดโลว์ โอเพ่น จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเสริมกับธุรกิจหลักของบริษัทโฆษณา
“
ประเทศไทย ธุรกิจค้าปลีกกำลังเติบโต เป็นโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมโฆษณาที่จะเติบโตไปพร้อมๆ กัน” โทนี่ กล่าวทั้งนี้ หน่วยธุรกิจโอเพ่น ของโลว์ ทั่วโลก ได้พัฒนาองค์ความรู้ใหม่ที่เรียกว่า
“Behavior Economist” หรืออาจแปลเป็นไทยได้ว่า เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมผู้บริโภค เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในยามซื้อสินค้ายกตัวอย่างเช่น ทำไมผู้ชายถึงไม่เลือกซื้อเสื้อผ้าที่พับไว้เป็นระเบียบ แต่ชอบที่จะเลือกซื้อเสื้อผ้าที่แขวนไว้กับราวมากกว่า คำตอบ คือ ผู้ชายพับผ้าไม่เป็น ความรู้ดังกล่าวสามารถนำมาใช้ในการจัดร้านเสื้อผ้าเพื่อตอบสนองผู้บริโภคได้มากขึ้น และแน่นอนยอดขายย่อมตามมา
เชาวภาค ศรีเกษม ผู้จัดการทั่วไป ของโอเพ่น กล่าวว่า ช่องทางค้าปลีก ถือเป็นช่องทางหลักที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้า ปัจจุบันอัตราการใช้งบประมาณโฆษณาผ่านช่องทางค้าปลีกเติบโตแบบก้าวกระโดด โดย 6 เดือนแรกของปีนี้ขยายตัว 25% คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 400 ล้านบาท
“
โอเพ่น จะโฟกัสที่บิ๊กไอเดียของธุรกิจบนช่องทางค้าปลีก ด้วยการให้คำปรึกษาด้านพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค และสร้างสรรค์ไอเดียที่มีอิทธิพลต่อการโน้มน้าวผู้บริโภคให้เลือกซื้อสินค้า” เชาวภาค กล่าวแม้จะเพิ่งเปิดตัว แต่หน่วยธุรกิจโอเพ่นมีลูกค้าเข้ามาจับจองแล้ว โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่อย่างยูนิลีเวอร์ที่มีหลากหลายแบรนด์ อาทิ แอกซ์,เรโซนา, ซันไลต์, ซันซิล, ไอศกรีมคอนเนตโต้ เป็นต้น รวมทั้งธนาคารไทยพาณิชย์, เอสซีจีและสีนิปปอนเพนท์ นอกจากนี้คาดว่าจะมีลูกค้ารายใหญ่อย่างน้อย 5 รายในปีหน้า และคาดว่าจะมีอัตราเติบโต 50% ใน 1 ปีข้างหน้า
โทนี่ กล่าวว่า เป้าหมายของโอเพ่นจะเปิดกว้างรับลูกค้านอกกลุ่มโลว์ด้วย ซึ่งถือเป็นการขยายธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันหน่วยงานเดิมแอคทิเวชั่น ทำรายได้คิดเป็นสัดส่วน 10% สำหรับหน่วยงานใหม่นี้คาดว่าภายใน 3 ปี จะทำรายได้เป็นสัดส่วน 1520% ของกลุ่มโลว์
สิ่งที่เกิดขึ้นในปีหน้า กลุ่มโลว์จะกลับมาฟื้นตัวตามการเติบโตของเศรษฐกิจ กำลังซื้อและธุรกิจค้าปลีกที่สะดุดไปจากปัญหาการเมือง







