
อยุธยามองหุ้นถึงรอบแรลลี
เงินนอกเข้าทะลักหนุน1พันจุดิ ฟิลลิปเชียร์ทองสัญญาณขึ้นต่อ
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.อยุธยา มองหุ้นแรลลีครั้งใหญ่ สิ้นปีเห็น 1,0001,050 จุด หลังเงินต่างชาติไหลกลับ “ฟิลลิป” เชียร์ทองคำ มองขึ้นต่อนายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อยุธยา เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่กลับมาเข้าสู่ขาขึ้นในช่วงนี้น่าจะการปรับขึ้นครั้งใหญ่ และทำให้ดัชนีสามารถเข้าไปใกล้ 1,000 จุด ได้ในเร็วๆ นี้ และมีโอกาสปรับขึ้นไปถึง 1,0001,050 จุด ได้ภายในสิ้นปีนี้
“
เงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาแล้ว ทั้งที่เป็นเงินลงทุนจริงและเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยน หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเชื่อมั่นว่า มาตรการในการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนจะไม่มีมาตรการรุนแรง ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อนักลงทุนต่างชาติจึงทำให้ปัจจัยลบในข้อนี้หมดไป” นายประภาส กล่าวนอกจากนี้ นายประภาส ยังกล่าวว่า นโยบายการเงินของสหรัฐอเมริกาที่ใช้มาตรการผ่อนคลาย อัดฉีดเงินเข้าระบบ โดยการออกพันธบัตรระยะยาว จะทำให้มีสภาพคล่องล้นตลาด ส่งผลให้นักลงทุนต้องหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น ตลาดหุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งน่าจะทำให้ราคาทองคำทะลุ 1,300 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ได้ในเร็วๆ นี้เช่นกัน
ด้านนายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป กล่าวว่า คำแนะนำการลงทุนระหว่างวันที่ 2128 ก.ย.นี้ มองว่าทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ โดยคาดว่าจะได้เห็นราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,330 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดอีกครั้งทะลุแนวต้านที่เคยมองไว้ที่ 1,260 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
“
ทองขึ้นไปทำราคาปิดวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ 1,273.40 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ทำให้ภาพราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจนและเราเชื่อว่าจะได้เห็นราคาทองคำขึ้นไปทดสอบระดับ 1,330 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์” นายสานุพงศ์ กล่าวทั้งนี้ ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาแรงจากความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปทำให้นักลงทุนหันมาสะสมทองเพิ่ม กองทุน SPDR Gold Trust ถือทองคำแท่งเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1,300 ตันอีกครั้ง รวมถึงการอ่อนค่าลงอีกครั้งของเงินเหรียญสหรัฐและการเข้าสู่เทศกาลของอินเดีย
สำหรับกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในทองคำที่บริษัทยังคงแนะนำ ได้แก่ กองทุนเปิดเค โกลด์ (KGOLD) ของ บลจ.กสิกรไทย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายถูกและป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับตลาดสินทรัพย์เสี่ยงยังคงผันผวนตามข่าวตัวเลขเศรษฐกิจและข่าวหนี้ยูโรโดยเอเชีย Emerging Market ยังคงปรับตัวดีขึ้น ทำให้ยังคงชื่นชอบกองทุนในตลาดเกิดใหม่ทั้ง ABGEM (Aberdeen Global Emerging Market Fund) และ ABAPAC (Aberdeen Asia Pacific
ex Japan Fund) รวมถึงกองทุน TGlobal Bond (Thanachart) และ TMB Global Bond (TMBAM) ที่ลงทุนในกองทุนหลักที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลก โดยเน้นกลุ่ม Emerging Market และประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศเช่น ออสเตรเลีย โดยอัตราผลตอบแทนส่วนหนึ่งจะมาจากค่าเงินของประเทศที่กองทุนไปลงทุน ซึ่งเรามองว่าประเทศในกลุ่มที่ กองทุนหลักเน้นยังคงมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้นในระยะยาวเมื่อเทียบกับ
US Dollar







