
สโตรกอย่างมีสติ
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected]) & Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัดสโตรก หรือโรคหลอดเลือดในสมอง 1 ใน 3 โรคร้ายที่คนไทยกำลังเผชิญ โดยสถิติที่ผ่านมาเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด รองจากโรคมะเร็งและโรคหัวใจ เนื่องจากอาการของโรคนั้นรุนแรง เฉียบพลัน ส่งผลให้เป็นโรคอัมพฤกษ์หรืออัมพาตทันที
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected]) & Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัด
สโตรก หรือโรคหลอดเลือดในสมอง 1 ใน 3 โรคร้ายที่คนไทยกำลังเผชิญ โดยสถิติที่ผ่านมาเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด รองจากโรคมะเร็งและโรคหัวใจ เนื่องจากอาการของโรคนั้นรุนแรง เฉียบพลัน ส่งผลให้เป็นโรคอัมพฤกษ์หรืออัมพาตทันที
ข้อมูลจากสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ระบุว่า มีผู้ป่วยโรค หลอดเลือดสมองทั่วประเทศทั้งสิ้น 227,848 คน หรือทุกๆ 1 แสนคน จะมี ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 354 คน ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 2 หมื่นคน และอัตราการตายต่อ 1 แสนคน อยู่ที่ 31 คน ซึ่งนับว่าเพิ่มสูงขึ้นมาก เรื่อยๆ
และจะมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องตามจำนวนผู้สูงอายุบ้านเรา มีแนวโน้มเกิดในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไปและมากขึ้นในช่วงวัยใกล้เกษียณ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักกลายเป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจด้วย
ผู้ที่มีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีประวัติ คนในครอบครัวป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง หรือมีความดัน โลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง และเครียดสะสม ส่วนผู้ที่อ้วน สูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้วจะพบได้มาก
หากพบอาการปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาซีกใดซีกหนึ่งอ่อนแรง พูดไม่ได้ศัพท์ โดยอาการของโรคนี้อาจทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต หรืออาจทำให้เสียชีวิตได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที
เมื่อพบสัญญาณทั้งหมดให้รีบนำคนไข้ไปพบแพทย์ทันที แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือด ก็สามารถลดผลข้างเคียง ที่อาจทำให้คนไข้ที่มีความเสี่ยงพิการหรืออัมพาต หายเป็นปกติได้ ซึ่งหากสังเกตอาการได้และรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ให้เรียก 1669 จะสามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้ในที่สุด
สโตรก ประกอบด้วย "อาการแตกหรือตีบตัน" แตก คือ อาการที่เส้นเลือดในสมองเกิดปริแตก เส้นเลือดเปราะ เพราะถูกกระแสเลือดที่มีความดันสูงไหลผ่าน ส่วนใหญ่เกิดจากผู้ที่มีความดันในเลือดสูง เมื่อจังหวะเวลาเหมาะก็เกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตกได้ทันที
ส่วนอาการตีบ คือ อาการที่เลือดยังพอไหลผ่านได้อยู่บ้างแต่ถูกไขมัน ปิดกั้น จนเส้นเลือดนั้นไม่สามารถนำเลือดไปเลี้ยงสมองได้ ส่วนอาการอุดตันก็คือ อาการที่เส้นเลือดถูกปิดกั้นไว้ด้วยไขมันที่อยู่ในเส้นเลือด รวมเรียกว่า "ภาวะสมองขาดเลือด"
ผมเกิดอาการหลอดเลือดสมองตีบเป็นการชาซีกซ้ายแบบเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2553 นับถึงตอนนี้ก็ 7 ปีแล้ว สิ่งที่ต้องวัดและตรวจสอบ สม่ำเสมอ คือ แอล ดี แอล คอเลสเตอรอล (LDL) ควรต่ำกว่า 160 เปรียบเสมือน "ตัวผู้ร้าย" ถ้ามีปริมาณมากจะสะสมอยู่ในหลอดเลือดแดง เป็นต้นเหตุของโรคหลอดเลือดแดงแข็ง เอช ดี แอล คอเลสเตอรอล (HDL) ควรสูงกว่า 40 เปรียบเสมือน "ตำรวจ" คอยจับผู้ร้าย เพราะเป็นตัวกำจัดแอล ดี แอล คอเลสเตอรอล ออกจากหลอดเลือดแดง
ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride หรือ TG) ควรต่ำกว่า 150 เป็นไขมันอีกประเภทหนึ่งในกระแสเลือด เปรียบเสมือน "ผู้ช่วยผู้ร้าย" คนที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูง พร้อมกับระดับเอช ดี แอล คอเลสเตอรอลต่ำ หรือแอล ดี แอล คอเลสเตอรอลสูง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ระดับน้ำตาลในกระแสเลือด โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เกิดเนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอยู่เป็นเวลานานจะเกิดโรคแทรกซ้อนต่ออวัยวะต่างๆ เช่น ตา ไต และระบบประสาท ที่สำคัญเบาหวานเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เส้นเลือดในสมองเปราะแตกง่าย
แต่ก็ได้บังเกิดสิ่งดีๆ จากการเจ็บป่วยในครั้งนั้นของผม ทำให้สามารถเรียกสติกลับมาได้ ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตที่ไม่ประมาทในทุกอณูของการเคลื่อนไหว รู้จักใช้ธรรมะในการครองชีวิตที่เหลืออยู่ เรียนรู้การทำงานที่ไม่เร่งรีบ เร่าร้อนอีกต่อไป รู้สึกตัวอยู่กับปัจจุบันอย่างเพียงพอ ชีวิตนี้ไม่โลภและสัญญากับ ตัวเองว่าจะไม่ทำบาปอีกต่อไปและรู้จักพอ







