
3บจ.คงเป้าปีนี้ ลุ้นครึ่งหลังดี ลลิลเล็งซื้อที่
3 บจ. AH-ลลิล-CNT มั่นใจปีนี้รายได้เติบโตตามเป้าหมายลุ้นครึ่งปีหลังฟื้นตัวดีกว่าครึ่งปีแรกตามเศรษฐกิจ
3 บจ. AH-ลลิล-CNT มั่นใจปีนี้รายได้เติบโตตามเป้าหมายลุ้นครึ่งปีหลังฟื้นตัวดีกว่าครึ่งปีแรกตามเศรษฐกิจ
นายเย็บ ซู ชวน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) เปิดเผยว่า มั่นใจรายได้ปีนี้เติบโต 5% จากปีก่อนที่ทำได้ 1.53 หมื่นล้านบาท แม้สถานการณ์ตลาดรถยนต์จะไม่ฟื้นตัวมากนัก แต่บริษัทได้รับอานิสงส์จากความนิยมของรถกระบะ อีซูซุและฟอร์ด ทำให้ยอดขายของบริษัทยังคงเติบโตอยู่ และมั่นใจว่าช่วงครึ่งปีหลังรายได้จะเติบโตมากกว่าในช่วงครึ่งปีแรกที่ทำได้ 8,000 ล้านบาท ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ดี จะต้องขึ้นอยู่กับการกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐด้วย
สำหรับความคืบหน้าในการเจรจาขายหุ้นบางส่วนของ 3 บริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท อาปิโก อมตะ บริษัท อาปิโก ฟอร์จจิ้ง บริษัท อาปิโก เซี่ยงไฮ้ ให้แก่ Sakthi Global Auto Holdings Limited (SGAH) ที่มีความสนใจ แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น และบริษัทยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีความชัดเจนเมื่อใด เนื่องจากจะต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ SGAH
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เพื่อใช้ลงทุนธุรกิจ ชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม หลังจากที่ประเมินว่าบริษัทได้ลงทุนการก่อสร้างโรงงานในประเทศไทยจนสามารถรองรับการผลิตได้เพียงพอกับความต้องการบริโภคได้แล้ว
นายเสรี สินธุอัสว์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินบริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (LALIN) เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่า ปีนี้จะมียอดขายตามเป้าหมายที่วางไว้ 3,650 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรก ทำได้ 2,100 ล้านบาท ส่วนรายได้คงเป้าหมายไว้ที่ 3,100 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้ 2,722.12 ล้านบาท ซึ่งครึ่งปีแรกทำรายได้อยู่ที่ 1,549.57 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) 1,000 ล้านบาท รับรู้ภายในปีนี้
สำหรับปีนี้บริษัทตั้งงบซื้อที่ดินไว้ 800-1,000 ล้านบาท โดยใช้ไปแล้วประมาณ 700 ล้านบาท ซึ่งเน้นในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 70% และต่างจังหวัด 30%
นายสุรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (CNT) เปิดเผยว่า คงเป้ารายได้ปีนี้ 8,000 ล้านบาท โตจากปีก่อนที่ 7,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีงานที่อยู่ในมือ 7,400 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการเข้าประมูลงานทั้งเอกชนและภาครัฐทั้งหมด 7-8 โครงการ มูลค่าราว 8,000-1 หมื่นล้านบาท







