
เงินลงทุนตปท.หด
ก.ล.ต.เผยปีนี้คำขอนำเงินไปลงทุน ตปท.น้อยลง เหตุหุ้นไทยดีขึ้น ส่วนต่างดอกเบี้ยในนอกแคบไม่จูงใจ เตรียมแผนตั้งรับ ธปท. ออกมาตรการสกัดค่าเงิน
ก.ล.ต.เผยปีนี้คำขอนำเงินไปลงทุน ตปท.น้อยลง เหตุหุ้นไทยดีขึ้น ส่วนต่างดอกเบี้ยในนอกแคบไม่จูงใจ เตรียมแผนตั้งรับ ธปท. ออกมาตรการสกัดค่าเงิน
กระทรวงการคลังได้อนุมัติ 5 มาตรการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เสนอเพื่อลดแรงกดดันอัตราแลกเปลี่ยน โดยทุกมาตรการจะช่วยผ่อนคลายให้นิติบุคคลสามารถไปลงทุนต่างประเทศได้ง่ายขึ้น
นายประเวช องอาจสิทธิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ธปท.อนุมัติวงเงินไปลงทุนต่างประเทศจำนวน 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และในปีนี้ ก.ล.ต. ได้จัดสรรวงเงินให้กับการลงทุนแต่ละประเภท 2.5 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้มีการใช้ไปแล้ว 1.6 หมื่นล้านบาท และประมาณ 80% เป็นเงินไปลงทุนในพันธบัตรเกาหลี
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการขยายตัวของเงินไปลงทุนต่างประเทศในปีนี้ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สาเหตุเนื่องจากตลาดหุ้นในประเทศฟื้นตัวดี และส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยในประเทศและต่างประเทศใกล้เคียงกัน ทำให้ความน่าสนใจไปลงทุนต่างประเทศน้อยลง
สำหรับความกังวลว่า ธปท. จะออกมาตรการรุนแรงมาสกัดเงินลงทุนต่างประเทศนั้น นายประเวช กล่าวว่า สิ่งที่ ก.ล.ต.ทำได้ขณะนี้เพียงคอยติดตามและระวังหาก ธปท. ออกมาตรการสกัดค่าเงินบาท เพราะอาจจะกระทบต่อสภาพตลาดหุ้นโดยรวมได้ จึงต้องให้มั่นใจว่าระบบการชำระราคาไม่มีปัญหา ฐานะการเงินของโบรกเกอร์มีความมั่นคง
ด้านเสียงเรียกร้องให้ออกสัญญาซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าในภาวะปัจจุบันนั้น นายประเวช กล่าวว่า ธปท.กังวลว่าจะกระทบต่อค่าเงินบาท เพราะเกรงว่าไม่ใช่เพียงผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้าจะมาใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงเท่านั้น แต่จะมีนักเก็งกำไรเข้ามาด้วย
ปัจจุบันประเทศกำลังพัฒนามีการซื้อขายสัญญาซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าแล้ว เช่น ประเทศอินเดีย เป็นต้น แต่ไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวถึงการประชุมร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ว่า ได้หารือกันถึงมาตรการและแนวทางปฏิบัติของ บล. เพื่อจะนำไปสู่การยกระดับการปฏิบัติงานหลายๆ ด้าน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดทุนและผู้ลงทุน เช่น การบริหารความเสี่ยงของ บล. จากการลงทุนของพอร์ตบริษัท







