posttoday
สูตรจัดพอร์ตรับเกษียณ‘บุญชัย เกียรติธนาวิทย์’

สูตรจัดพอร์ตรับเกษียณ‘บุญชัย เกียรติธนาวิทย์’

23 สิงหาคม 2560

พูลศรี เจริญ หลักการจัดพอร์ตลงทุนที่ว่าเมื่ออายุสูงขึ้น ให้ลดความเสี่ยงในการลงทุนลง

พูลศรี เจริญ

หลักการจัดพอร์ตลงทุนที่ว่าเมื่ออายุสูงขึ้น ให้ลดความเสี่ยงในการลงทุนลง

สูตรข้างต้นดูเหมือนจะใช้ไม่ได้กับ "บุญชัย เกียรติธนาวิทย์" กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต

ปัจจุบัน บุญชัย อายุ 54 ปี เงินออมส่วนใหญ่ หรือประมาณ 80% อยู่ในหุ้น

ส่วนอีก 10-20% ลงทุนในตราสารหนี้

ถามว่าอายุปููนนี้แล้วทำไมถึงยังชอบลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง ซึ่งนั่นก็คือหุ้นและที่สำคัญเป็นการลงทุนที่ฉีกทฤษฎีหลักการลงทุนอย่างสิ้นเชิง หรือเป็นเพราะเจ้าตัวขลุกอยู่ในโลกการลงทุนมากว่า 2 ทศวรรษ จึงทำให้มั่นใจนักหนาว่าฉันมาถูกทาง

"ก็ผมเชื่อมั่นการลงทุนในหุ้น" ตอบเสียงดังฟังชัด!

บุญชัย บอกว่า ก่อนอายุ 50 ปี จะลงทุนในหุ้นเกิน 50%

เมื่อย่างเข้าสู่เลข 5 เงินเก่าที่อยู่ในหุ้นจะไม่แตะ ปล่อยให้ทำงานในหุ้นไปเรื่อยๆ

ส่วนเงินใหม่ที่ออมเพิ่มจะลงทุนในตราสารหนี้ด้วย จึงเป็นที่มาของปัจจุบันทำให้มีเงินลงทุนในตราสารหนี้ 10-20% นั่นเอง

"เงินใหม่ผมไม่ได้ซื้อหุ้น แต่ผมจะลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีเต็มที่ ทั้งกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)"

ตลอดชีวิตการทำงานบุญชัย เลือกที่จะให้เงินทำงานในหุ้น เพราะเชื่อมั่นว่าการลงทุนในหุ้นระยะยาวให้ผลตอบแทนที่ดี

นอกจากนี้ จะมีวินัยสูงในการออมด้วยการใส่เงินอย่างสม่ำเสมอในกองทุนรวม

"ลงทุนไปแล้วผมก็ไม่สนใจว่าหุ้นจะขึ้นหรือจะลง เพราะมีเป้าหมายชัดเจนว่าเน้นการลงทุนระยะยาว จะดูตัวเลขเงินลงทุนอีกทีก็ตอนเกษียณเลย"

นอกจากลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักแล้ว บุญชัยยังลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก อย่างทองคำ โดยได้ซื้อช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวลงจาก 1,600 ดอลลาร์สหรัฐ ลงมาที่ 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์

บุญชัย มองว่าสถานการณ์ที่โลกเป็นแบบนี้ ผลตอบแทนของพอร์ตรวมอยู่ที่ 5% ต่อปี ก็ถือว่าโอเคแล้ว

สำหรับหลักการใช้ชีวิตของบุญชัย เขาบอกว่าอีกไม่กี่ปีก็เกษียณแล้ว จึงต้องดูแลตัวเองมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออายุย่างเข้าสู่เลข 5 ก็จะระมัดระวังเรื่องโภชนาการ

"ข้าวผมก็จะรับประทานให้น้อยลง เหลือแค่ช้อนเดียวต่อมื้อ"

ทั้งนี้ทั้งนั้นบุญชัยบอกว่าสังขารคนเราไม่เที่ยง เมื่ออายุย่างเข้าเลข 6 และเลข 7 สุขภาพคนเราก็จะแย่ลงเรื่อยๆ ดังนั้นต้องดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ

พอพูดเรื่องสุขภาพ บุญชัยก็โยงไปถึงโอกาสการลงทุนที่มองว่าเป็นกระแสใหญ่ในอนาคต นั่นคือธุรกิจเพื่อสุขภาพ ที่จะได้รับผลดีจากสังคมสูงวัยที่อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์จะสูงขึ้น

บุญชัย พูดได้กินใจและเตือนสติว่า "อย่าบริโภคนิยม ควรนำเงินไปลงทุน"

พร้อมยกตัวอย่างมีกรณีของลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่ลาออกจากกองทุนด้วยเหตุผลเพื่อต้องการนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะนั่นก็หมายความว่า ทำให้ต้องกลับมานับหนึ่งใหม่ในเรื่องการออมเงินเพื่อรองรับวัยเกษียณ

"คุณออมเดือนละพันบาท ต้องออมถึง 20 ปีกว่าจะได้เงินเป็นก้อน"

หากตีความคำพูดของบุญชัยที่แฝงด้วยความปราถนาดี เขากำลังจะบอกว่าควรให้ความสำคัญกับการออมและการลงทุนมากกว่าการตามกระแสบริโภคนิยม

บุญชัย ยังได้แนะนำเรื่องการจัดพอร์ตลงทุนว่าควรใส่ใข่ในหลายตะกร้าเพื่อกระจายความเสี่ยง เช่น ควรลงทุนทั้งในตราสารหนี้ หุ้น ทองคำ และอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น และยังย้ำว่าควรมีทองคำแท่งเก็บไว้บ้าง

"ทองคำผมดูมาหลายรอบ ราคาไม่เคยลงต่ำกว่า 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์ ถ้าต่ำกว่าที่ระดับดังกล่าวถือเป็นโอกาสในการซื้อ"

นอกจากนี้ ควรลงทุนในค่าเงินไว้ด้วย ทั้งเงินดอลลาร์ เยน และยูโร

"ใครจะไปรู้วันหน้าคุณอาจเห็นค่าเงิน 1 ดอลลาร์ แลกเงินบาทได้ 32 บาท"

เช่นเดียวกับค่าเงินยูโรอยู่ที่่ 36-37 บาท/ยูโร ถ้าอ่อนค่าลงมาที่ 39 บาท/ยูโร ก็ขายทำกำไร

ส่วนการลงทุนในหุ้นรายกลุ่ม ซึ่งในที่นี้ บุญชัยจะขอยกตัวอย่างการลงทุนผ่านกองทุนรวมประเภทเซ็กเตอร์ฟันด์ ซึ่งปัจจุบันกองทุนรวมบ้านเรามีผลิตภัณฑ์กองทุนประเภทนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งกองทุนรวมเฮลท์แคร์และกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี และกองทุนรวมที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

บุญชัย แนะนำว่า การลงทุนในเซ็กเตอร์ฟันด์เหล่านี้ควรมีไม่เกิน 10-15% ของพอร์ตก็ถือว่าเพียงพอแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มผลตอบแทน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ