
เถ้าแก่น้อยรับปีนี้กำไรตก
TKN รับอัตรากำไรสุทธิปีนี้ต่ำกว่าปีก่อนที่ทำได้ 16.53% เหตุต้นทุนสาหร่ายยังพุ่งต่อเนื่องราว 8% จุกบาทแข็งค่า
TKN รับอัตรากำไรสุทธิปีนี้ต่ำกว่าปีก่อนที่ทำได้ 16.53% เหตุต้นทุนสาหร่ายยังพุ่งต่อเนื่องราว 8% จุกบาทแข็งค่า
นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตได้ มากกว่า 10% ที่มีรายได้ 4,729.39 ล้านบาท โดยคาดว่าตลาดในประเทศจะเติบโตได้ 7-10% และตลาดต่างประเทศจะโตได้ 15% ช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) จะต่ำกว่าปีก่อนอยู่ที่ 16.53% โดยครึ่งปีแรกอยู่ที่ 13.05% จากต้นทุนสาหร่ายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยครึ่งปีแรกต้นทุนสาหร่ายเพิ่มขึ้นแล้ว 8% จากปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 15% ทำให้บริษัทต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น จากการที่ไม่ต้องการผลักภาระให้ผู้บริโภคด้วยการขายในราคาเดิม และมีคู่แข่งสูงขึ้น
ด้านธุรกิจเวย์โปรตีน Fit Whey ปัจจุบันได้เริ่มจำหน่าย 2-3 เดือน มีรายได้ประมาณ 10 ล้านบาท/เดือน บริษัทเริ่มขยายตลาดในจีนอย่างจริงจังมากขึ้น โดยปีนี้จะเริ่มลงทุนการตลาดประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจ้างผู้จัดการประจำที่จีน และซื้อข้อมูลตลาดขนมทานเล่นในจีนเพื่อนำมาวางกลยุทธ์ ปัจจุบันตลาดขนมทานเล่นในจีนคิดเป็นมูลค่า 1 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 5 แสนล้านบาท
สำหรับโรงงานใหม่กำลังการผลิต 6,000 ตัน ได้เริ่มเฟสแรกไปแล้ว 2,000 ตัน และในครึ่งปีหลังจะเริ่มไลน์ย่างสาหร่ายอีก 2,000 ตัน และปี 2561 อีก 2,000 ตัน
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทแข็งมีผลกระทบนำเข้าสาหร่ายของบริษัท พอสมควร โดยเมื่อต้นปีบริษัททำ Forward Contract ที่ราคา 35 บาท/ดอลลาร์ ทำให้มีการขาดทุนค่าเงินพอสมควร แต่ไม่กระทบมากนัก ขณะที่แผนการร่วมทุนกับบริษัทผลิตสาหร่ายอยู่ระหว่างพูดคุยกับหลายบริษัทยัง ไม่ลงตัว
ทั้งนี้ หุ้น TKN ลงมาซื้อขายอยู่ที่ 19.50 บาท เป็นผลมาจากบริษัทขึ้น XD จ่ายปันผล 0.17 บาท/หุ้น







