posttoday
การเข้าถึง การดูแลรักษามะเร็งถ้วนหน้า

การเข้าถึง การดูแลรักษามะเร็งถ้วนหน้า

27 สิงหาคม 2560

ศ.นพ.อิศรางค์ นุชประยูรคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยการดูแลสุขภาพถ้วนหน้า หรือ Universal Health Coverage (UHC) คือการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ทั้งในการป้องกัน การรักษา การฟื้นฟูในราคาที่จ่ายได้ ไม่เป็นภาระแก่ผู้ป่วย

ศ.นพ.อิศรางค์ นุชประยูรคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การดูแลสุขภาพถ้วนหน้า หรือ Universal Health Coverage (UHC) คือการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ทั้งในการป้องกัน การรักษา การฟื้นฟูในราคาที่จ่ายได้ ไม่เป็นภาระแก่ผู้ป่วย

ในโลกนี้มีเพียง 56 ประเทศ จาก 196 ประเทศเท่านั้น ที่ได้ออกกฎหมายดูแลสุขภาพถ้วนหน้าแก่ประชากรไทยเป็นประเทศหนึ่งที่กล้าประกาศให้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าแก่ประชาชนมาตั้งแต่ปี 2545

มะเร็งเป็นโรคที่มีความสำคัญ ระดับโลก เป็นสาเหตุความเจ็บป่วย และความตายที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ เราไม่สามารถป้องกันหรือรักษามะเร็งได้ทุกชนิด แต่มะเร็ง บางอย่างก็ป้องกันได้ และถ้ารักษา แต่เนิ่นๆ จะสามารถหายขาดได้

เราสามารถระดมสรรพกำลังเพื่อ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเพื่อควบคุม "มะเร็งที่ควบคุมได้" เพื่อลดการตายก่อนวัยอันควร การทำให้ผู้คนเข้าถึงการตรวจรักษามะเร็งจึงเป็นเรื่องสำคัญระดับนานาชาติ โดยองค์กรต่อต้านมะเร็งนานาชาติ UICC (Union International for Cancer Control) และสมัชชาโลกด้านสาธารณสุข (World Health Assembly) ให้การยอมรับ

นพ.เรนคสวามี ศังกรานารายณัน ที่ปรึกษาพิเศษด้านการควบคุมมะเร็ง และหัวหน้าฝ่ายตรวจกรองมะเร็ง องค์กรนานาชาติเพื่อการวิจัยมะเร็ง แห่งองค์การอนามัยโลก (IARC, WHO) ได้กล่าวชื่นชมไทยในการประชุมนานาชาติด้านมะเร็ง เมื่อปี 2016 ของ UICC ว่า ไทยเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับประเทศรายได้ปานกลางในการทำให้ประชากรเข้าถึงการดูแลรักษามะเร็งอย่างทั่วถึง เป็นตัวอย่างที่สมควรศึกษาว่า ทำได้อย่างไร?

เป็นที่รู้กันในระดับนานาชาติว่า ไทยมีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยมีงบฯ ด้านสาธารณสุขเพียง 17% ของงบประมาณแห่งชาติ คือประมาณ 5% ของจีดีพี ประชาชนไทยเข้าถึงการดูแลป้องกัน ตรวจกรองหามะเร็ง รักษามะเร็ง และการดูแลประคับประคอง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ไทยเก็บ "ภาษีบาป" เพิ่มอีก 2% ของราคาขายบุหรี่และเหล้าได้กว่าปีละ 5 หมื่นล้านบาท เข้ากองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ รัฐบาลให้วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และเอชพีวีหรือวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกฟรี และรักษามะเร็งฟรี โดยใช้งบฯ เพียง 6% ของงบฯ สุขภาพถ้วนหน้า หรือประมาณ 6,000 ล้านบาท/ปี

องค์การอนามัยโลกวิเคราะห์ว่า ไทยประสบความสำเร็จโดยการบริหาร ที่มีประสิทธิภาพหลายประการ มีการเก็บสถิติมะเร็งที่เชื่อถือได้ในระดับโลก โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติมะเร็ง โดยเฉพาะมากว่า 15 ปี

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งได้ร่วมกันตกลงว่าการรักษาสูตรยาใดบ้างที่สำคัญและจำเป็นออกมาเป็นมาตรฐานการรักษามะเร็งสำคัญที่สุด 12 ชนิด เพื่อให้การรักษาดีที่สุดเหมือนกัน ทั้งประเทศภายใต้งบฯ ที่จำกัด ส่วนการจัดหายารักษามะเร็งทำโดยการเจรจา ต่อรองยามะเร็งที่มีราคาแพงแบบ รวมศูนย์ (Central Bargaining) แล้วให้แต่ละโรงพยาบาลจัดซื้อ (Local Purchasing) ตามราคาที่ได้ต่อรองไว้ให้

การคัดเลือกยามะเร็งที่จำเป็นทำ โดยผ่านการประเมินเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข โดยหน่วยงานเชี่ยวชาญเฉพาะ คือ HITAP หรือโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ เพื่อประเมินราคาที่คุ้มค่าในบริบทของประเทศไทย และผลการวิจัยนั้นใช้เป็นฐานในการต่อรองกับบริษัทยาข้ามชาติ

ตัวอย่าง เช่น ยาออกซาลิแพลติน ซึ่งราคาขายในตลาดโลกขวดละ 8,000 บาท HITAP ได้วิจัยและประเมินว่า จะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อระบบสาธารณสุขจ่ายในราคาขวดละ 5,000 บาท รัฐบาลไทยสามารถต่อรองกับบริษัทยาได้ในราคาขวดละ 2,500 บาท ซึ่งเป็นราคาที่รับได้ในระบบบัตรทองที่มีงบฯ จำกัด

ในกรณีที่ต่อรองไม่สำเร็จ ซึ่งเป็นยามะเร็งเพียง 4 ชนิด รัฐบาลไทยกล้าหาญที่จะใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร (CL, Compulsory Licensing) เพื่อให้สามารถจัดหายารักษามะเร็ง ที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องกันแล้วว่าเป็นยาสำคัญและจำเป็น ให้ได้มาในราคาที่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ารับได้ ซึ่งเป็นไปตามสนธิสัญญา TRIPS ข้อ 31B ตามมาตรฐานนานาชาติ

ไทยมีการพัฒนาด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการบริการทางการแพทย์อย่างถ้วนหน้า ในปัจจุบัน ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่ได้รับการดูแลใกล้บ้าน คือในศูนย์อนามัยชุมชน และโดยอัตราการมาโรงพยาบาลใหญ่มิได้เปลี่ยนแปลงมากในช่วง 15 ปีหลัง (ตารางที่ 1)

บัดนี้ผู้ป่วยมะเร็งสามารถเข้าถึงบริการมะเร็งผ่านทางสถาบันมะเร็ง 1 แห่ง และโรงพยาบาลเฉพาะทางมะเร็ง 6 แห่งในแต่ละภาค โรงพยาบาลที่มีการฉายรังสี รวม 22 แห่ง โรงพยาบาลที่สามารถวินิจฉัยมะเร็ง ผ่าตัดมะเร็ง ให้ยาเคมีบำบัด รวม 645 แห่งและโรงพยาบาลที่ดูแลประคับประคอง 549 แห่ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

อัตราตายจากมะเร็งของคนไทยคือ 104 รายต่อประชากรแสนคนต่อปี เป็นอันดับที่ 91 ของโลก ในขณะที่คนอังกฤษมีอัตราตายจากมะเร็ง 140 รายต่อประชากรแสนคนต่อปี อันดับ 14 ของโลก ทั้งที่ใช้งบฯ ในการรักษามะเร็งถ้วนหน้าสูงถึง 5,800 ล้านปอนด์ หรือ 2.5 แสนล้านบาท/ปี สำหรับจำนวนประชากรที่ใกล้เคียงกัน คือ 65 ล้านคน แต่เราใช้เงินน้อยกว่าเกือบ 40 เท่า

เราจึงควรภูมิใจได้ว่าวงการแพทย์และสาธารณสุขไทยมีประสิทธิภาพ ถูกและดีกว่าหลายประเทศในโลก เรามีทรัพยากรน้อยก็จริง และการบริการนั้นยังไกลจากความสมบูรณ์แบบ แต่ด้วย จิตวิญญาณแห่งการบริการของบุคลากร วิสัยทัศน์และความสามารถของผู้บริหารในวงการสาธารณสุขไทยอย่างต่อเนื่อง คนไทยจึงสามารถเข้าถึงบริการที่ดีมาก

เมื่อเทียบกับทรัพยากรที่มีจึงควรแก่การยกย่องเป็นตัวอย่างของโลกหรืออย่างน้อยก็ในวงการมะเร็ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท