
ชงแผนแก้หนี้ขสมก.แสนล.
ขสมก.ชงรัฐบาลปลดหนี้รถเมล์แสนล้าน เปิดแผนลดรายได้ปีละ 6,600 ล้าน เร่งสรุปใน 2 เดือน
ขสมก.ชงรัฐบาลปลดหนี้รถเมล์แสนล้าน เปิดแผนลดรายได้ปีละ 6,600 ล้าน เร่งสรุปใน 2 เดือน
นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เสนอแนวทางเพื่อจัดการภาระหนี้สินของ ขสมก.จำนวน 103,598 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 แนวทาง ได้แก่ 1.ให้รัฐบาลรับภาระหนี้ทั้งหมด 100% รวมวงเงิน 103,598 ล้านบาท 2.ให้รัฐบาลรับภาระหนี้ 80% ของทั้งหมด ซึ่งเป็นหนี้ที่เกิดจากนโยบายภาครัฐ 84,898 ล้านบาท และ ขสมก.รับภาระหนี้อีก 18,699 ล้านบาท 3.ให้ภาครัฐบาลรับภาระหนี้ 55% ซึ่งเป็นปริมาณต้นทุนที่สูงเกินกว่ารายได้จริงจำนวน 55,798 ล้านบาท และ ขสมก.รับภาระหนี้ 4.78 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มีมติให้ ขสมก.ไปจัดทำแผนยุทธศาสตร์องค์กรและแผนฟื้นฟูองค์กรให้ชัดเจนอีกครั้ง ทั้งเรื่องกระแสรายได้ในอนาคต และแผนหยุดขาดทุน นำกลับมาให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาภายใน 2 เดือน
ทั้งนี้ การรายงานแผนฟื้นฟูองค์กรเบื้องต้นนั้น ขสมก.ระบุว่าปัจจุบันมี ภาระหนี้ทั้งสิ้น 130,598 ล้านบาท หรือ ขาดทุนปีละ 5,000 ล้านบาท โดยการ ดำเนินการลดต้นทุนเพื่อให้องค์กรสามารถพลิกฟื้นกิจการกลับมามีกำไรอีกครั้ง ประกอบด้วย การลดต้นทุนดอกเบี้ยที่เกิดจากหนี้สินจำนวน 3,000 ล้านบาท/ปี ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนด้านพลังงานและการซ่อมบำรุงราว 2,000 ล้านบาท/ปี รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรอีกราว 1,600 ล้านบาท/ปี จากการลดพนักงาน 1 ใน 3 ภายในระยะเวลา 2 ปี แนวทางลดค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะสามารถแก้ไขภาวะขาดทุนปีละ 5,000 ล้านบาทลงได้
นายยุกต์ จารุภูมิ รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า ภาระหนี้สินราว 84,898 ล้านบาท หรือคิดเป็น 84% ของมูลค่าหนี้ทั้งหมดนั้นเป็นหนี้สินที่เกิดจากนโยบายรัฐบาล โดยมีสาเหตุหลักจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ 1.โครงการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เงินอุดหนุนบริการสาธารณะ หรือ PSO 3,000 บาท/รถโดยสาร 1 คัน 2.ต้นทุนการอุดหนุนรถเมล์ฟรี จำนวน 1 หมื่นบาท/คัน/วัน หรือคิดเป็นเดือน ละ 240 ล้านบาท หรือปีละ 2,880 ล้านบาท เมื่อวัดจากปริมาณรถเมล์ฟรีราว 800 คัน
สำหรับแผนลดอัตราพนักงานลง 1 ใน 3 ของทั้งหมด 1.29 หมื่นคน ต้องเตรียมงบประมาณราว 2,000 ล้านบาท เพื่อจัดโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดประมาณ 2,000 คน ส่วนที่เหลือจะมีการปรับโยกย้ายตำแหน่ง โดยเฉพาะพนักงานขับรถที่จะต้องเพิ่มขึ้น







