posttoday
ลงทุนแบบซีเอฟโอ PTTEP

ลงทุนแบบซีเอฟโอ PTTEP

23 สิงหาคม 2560

ประลองยุทธ ผงงอย"พรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล" รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี หรือซีเอฟโอ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เล่าถึงวิธีการบริหารเงินลงทุนส่วนตัว ว่า ไม่มีการบริหารจัดการมากนักซึ่งจะเป็นการซื้อเพื่อถือลงทุนในระยะยาว

ประลองยุทธ ผงงอย

"พรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล" รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี หรือซีเอฟโอ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เล่าถึงวิธีการบริหารเงินลงทุนส่วนตัว ว่า ไม่มีการบริหารจัดการมากนักซึ่งจะเป็นการซื้อเพื่อถือลงทุนในระยะยาว

เธอเริ่มลงทุนในตลาดทุนมานานเกิน 10 ปี มีการแบ่งเงินลงทุนในหุ้นทางตรงสัดส่วน 10-15% ของพอร์ต ซึ่งเป็นบริษัทที่ต้องรู้จักเข้าใจธุรกิจมากพอสมควร เช่น หุ้นบริษัท ปตท. (PTT) ที่ได้รับสิทธิจองซื้อในฐานะพนักงานตั้งแต่ช่วงขายครั้งแรก (ไอพีโอ) และถือยาวจนมาถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังแบ่งเงินลงทุนในหุ้นกู้เอกชนที่รู้จักเข้าใจธุรกิจ ยกตัวอย่างหุ้นกู้ของบริษัท ปตท. (PTT) รวมถึงบริษัทในเครือบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ขณะที่ด้วยรูปแบบการทำงานประจำที่ทำอยู่ทำให้ไม่มีเวลามากพอในการดูแลบริหารจัดการเงินลงทุนส่วนตัว

ดังนั้น จึงเริ่มปรับเปลี่ยนการหันมาโดยแบ่งเงินลงทุนสัดส่วนหลักเป็นการจัดสรร แบ่งเงินจากเงินเดือนประจำของทุกเดือนไปลงทุนออมในกองทุนรวม ในสัดส่วน 10% ของเงินเดือนในทุกเดือน เพราะจากการศึกษาข้อมูลทางสถิติ จะพบว่า การลงทุนในระยะยาวจะให้ผลตอบที่ดีเฉลี่ย 10% ขึ้นไปต่อปี ซึ่งจะชนะผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดเสมอ ส่วนการลงทุนเองจะลดสัดส่วนน้อยลงจากอดีตเพราะไม่มีเวลาดู การลงทุนอาจมีบ้างเพื่อสร้างสีสันในการลงทุน

สำหรับลักษณะของกองทุนที่ลงทุนจะปรึกษากับเจ้าหน้าที่ผู้แนะนำการลงทุนที่เป็นมืออาชีพเพื่อดูสัดส่วนที่เหมาะสมของหุ้นหรือสินทรัพย์ที่กองทุนเข้าลงทุน รวมถึงดูว่าเป็นสินทรัพย์ อยู่ในประเทศหรือต่างประเทศเพื่อให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่รับได้ จากนั้นในแต่ละเดือนผู้แนะนำการลงทุนจะส่ง รูปแบบของพอร์ตลงทุนที่จัดให้ รวมถึงข้อมูลโอกาสผลตอบแทนที่จะได้รับ ความเสี่ยง รวมถึงข้อมูลอื่นมาให้เป็นเปลี่ยนวิธีการลงทุนส่วนตัวจากเดิมในอดีตที่จะรอให้เจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนโทรติดต่อมาเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนจึงจะตัดสินใจเข้าไปลงทุน

อย่างไรก็ดี พอร์ตลงทุนปัจจุบันยังลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์) กองทรัสต์เพื่อ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟรา สตรักเจอร์ฟันด์) ทั้งหมดจะลงทุนตั้งแต่ช่วงเสนอขายหน่วยลงทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ซึ่งลักษณะลงทุนจะถือยาวสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีทั้งเงินปันผลรับและส่วนต่างของราคาหน่วยลงทุนด้วย

ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยแบบลงทุนถือระยะยาวที่คาดหวังเฉพาะอัตราผลตอบแทนจากการเงินปันผลของพอร์ตลงทุนจะได้ไม่น้อยกว่า 4-5% ต่อปี

ซีเอฟโอ กล่าวว่า สนับสนุนให้ผู้เริ่มต้นชีวิตทำงานใหม่ เริ่มออมหรือลงทุนควรกำหนดเงินออมลงทุนก่อนใช้ โดยส่วนตัวออมเงินลงทุนช้าไป เพราะปัจจุบันมีสูตรการคำนวณวางแผนชีวิตหลังเกษียณการทำงานว่าต้องการมีเงินก้อนเตรียมไว้ใช้หลังเกษียณเป็นจำนวนเท่าใด สูตรคำนวณจะบอกว่าควรเริ่มตั้งต้นการออมเงินต่อเดือนด้วยจำนวนเท่าใด เพื่อให้มีเงินใช้ตามเป้าหมายหลังเกษียณ

"โลกทุกวันนี้จะลำบากมากขึ้น หากไม่ออมเงินเตรียมไว้ใช้ในอนาคต เพราะปัจจุบันสิ่งเร้ามีมาก เช่น อยากมีบ้าน รวมถึงรถยนต์ ที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมาอีกมาก ที่ทำให้คนใช้จ่ายมากขึ้น ดังนั้นคนที่เริ่มทำงานใหม่ควรมีวินัยทางการเงินกำหนดแบ่งเงินในแต่ละเดือนเพื่อออมไว้ลงทุน จากนั้นจึงมาวางแผนการใช้จ่ายของตัวเอง"

ด้านกลุ่มหุ้นที่ไม่ลงทุน คือ กลุ่ม ธนาคารพาณิชย์ เพราะเห็นว่าธุรกิจมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจที่สูง และเห็นว่าการท่องเที่ยวที่อยู่ในช่วงเติบโตดีก็จะเลือกลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มอาหารหรือร้านอาหาร รวมถึงกลุ่มหุ้น รับเหมาก่อสร้างบางตัวที่จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐบาล อีกทั้งยังสนใจหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่จะได้ประโยชน์จากแนวโน้มของในอนาคตที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมสูงอายุ แต่ปัจจุบันราคาหุ้นกลุ่มนี้ยังสูง

ทั้งนี้ จะถือเงินสด 50% เพื่อเตรียมไว้รองรับโอกาสการลงทุนใหม่ที่จะเข้ามา เป้าหมายการออม คือ การเตรียมให้เพียงพอไว้ใช้ในชีวิตหลังเกษียณการทำงาน รวมถึงการท่องเที่ยวหาความสุข ให้กับตัวเอง n

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ