
หลังคำพิพากษา
คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีต่อคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยพิพากษาจำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ เป็นเวลา 42 ปี นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ จำคุก 36 ปี ส่วนจำเลยอื่นๆ รวม 28 คน ก็ถูกคำพิพากษาลงโทษลดหลั่นกันไปตามพฤติกรรมการกระทำผิด
คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีต่อคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยพิพากษาจำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ เป็นเวลา 42 ปี นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ จำคุก 36 ปี ส่วนจำเลยอื่นๆ รวม 28 คน ก็ถูกคำพิพากษาลงโทษลดหลั่นกันไปตามพฤติกรรมการกระทำผิด
คดีนี้มีการลงโทษทั้งนักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนที่สมคบคิดกันทุจริต และร่วมกระทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ถือเป็นคดีที่มีโทษหนัก ซึ่งจะเป็นคดีประวัติศาสตร์ และเป็นมาตรฐานที่จะใช้จัดการกับผู้ที่กระทำความผิดและประพฤติมิชอบ ที่จะทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์และสุจริต
คดีนี้เป็นผลมาจากนโยบายการจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้อ้างเอาความเดือดร้อนของชาวนา ดำเนินนโยบายที่โฆษณาต่อประชาชนว่าจะทำให้ข้าวทุกเมล็ดมีราคาสูงถึงตันละ 1.5 หมื่นบาท เป็นนโยบายที่ทุกคนเห็นว่าจะสร้างปัญหามากกว่าแก้ไขปัญหา แต่ก็ได้ใจชาวนาเพราะได้เงินจากการปลูกข้าวจำนวนมาก
มีการเตือนเป็นระยะว่านโยบายนี้มีจุดรั่วไหลมาก ตั้งแต่การลงทะเบียนเกษตรกร การรับซื้อ การเก็บข้าว ทำให้คุณภาพข้าวตกต่ำเพราะมีการนำข้าวต่างชาติซึ่งเป็นข้าวคุณภาพต่ำเข้ามาขายด้วย เรียกได้ว่าเป็นนโยบายที่ถูกขนานนามว่าโกงได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย
น่าอนาถใจที่แม้จะมีการเตือนก็แล้ว ตำหนิก็แล้ว ทั้งนักการเมืองและข้าราชการที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีใครยอมฟังและคิดแก้ไขที่จะไม่ให้นโยบายนี้ถลุงเงินงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเป็นภาษีประชาชนเอามาอุดความเสียหาย ของโครงการนี้ แถมประชาชนบางส่วนกลับเห็นดีเห็นงามกับการคอร์รัปชั่นว่า ถึงจะโกงก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าแบ่งให้ชาวบ้านบ้างก็ถือว่าดีกว่าโกงแล้ว เอาไปหมด สร้างนิสัยมักง่าย เห็นแก่ได้ ไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศชาติ
นอกจากนี้ ในด้านการส่งออกข้าว ก็ทำให้ประเทศไทยเสียแชมป์ส่งออกข้าวไปชั่วขณะหนึ่ง กล่าวได้ว่าความเสียหายที่ประเทศชาติได้รับจากนโยบายนี้มีทั้งทางตรงและทางอ้อม
คำพิพากษาคดีทุจริตจำนำข้าวนี้ ทำให้เห็นชัดเจนว่านโยบายนี้เปิดช่องให้มีการคอร์รัปชั่นมหาศาลอย่างไร และเป็นความจริงตรงตามที่มีการตั้งข้อสังเกตไว้แต่แรก
ดังนั้น จากนี้ไปจะเกิดบรรทัดฐานใหม่ให้เกิดขึ้นกับสังคม ให้กลับมามองผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักมากกว่ามองประโยชน์ส่วนตัว ให้ประชาชนหันมามองความเป็นจริงในการช่วยเหลือตัวเองมากกว่านั่งรอให้นักการเมืองมาช่วย และเลิกวิธีคิดโกงแล้วแบ่งไม่เป็นไร
นอกจากนี้ จะทำให้นักการเมืองจะต้องหันกลับมาคิดใหม่ทำใหม่ เลิกใช้นโยบายประชานิยม การจะหาเสียงด้วยนโยบายใดจะยืนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง หากจะขายฝันหรือโฆษณาชวนเชื่อก็จะเป็นนโยบายที่ทำได้ไม่สุดโต่งและสร้างปัญหาระยะยาวให้กับประเทศชาติอีก
ผลจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้การทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติลดลง ในทางกลับกัน ก็อาจจะทำให้การทุจริตคอร์รัปชั่นเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นเนียนมากขึ้น ซับซ้อนและจับยากมากยิ่งขึ้น







