
ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี
แม้ว่าในขณะนี้สงครามจะยังคงไม่เกิดขึ้นก็ตามที แต่ทว่าสงครามน้ำลายระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐ ได้ปะทุขึ้นแล้ว ส่งผลให้ทั้งเกาหลีใต้และสหรัฐ ต้องเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการรับมือหากมีสัญญาณว่าเกาหลีเหนือจะกระทำการตามที่ได้ขู่ไว้จริง เช่น กรณีการยิงขีปนาวุธลงสู่เกาะกวม ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพแห่งหนึ่งของสหรัฐ ในมหาสมุทรแปซิฟิก
แม้ว่าในขณะนี้สงครามจะยังคงไม่เกิดขึ้นก็ตามที แต่ทว่าสงครามน้ำลายระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐ ได้ปะทุขึ้นแล้ว ส่งผลให้ทั้งเกาหลีใต้และสหรัฐ ต้องเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมการรับมือหากมีสัญญาณว่าเกาหลีเหนือจะกระทำการตามที่ได้ขู่ไว้จริง เช่น กรณีการยิงขีปนาวุธลงสู่เกาะกวม ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพแห่งหนึ่งของสหรัฐ ในมหาสมุทรแปซิฟิก
สงครามน้ำลายดังกล่าว นอกจากจะจุดประเด็นความตึงเครียดทางการเมืองในคาบสมุทรเกาหลีแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสภาวการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะกับจุดที่มีความเปราะบางบางแห่ง ที่ราคาหุ้นปรับสูงขึ้นมาโดยตลอด ทำจุดสูงสุดใหม่ จนนักวิเคราะห์หลายสถาบันเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าราคาหุ้นในปัจจุบันสูงเกินปัจจัยพื้นฐานหรือไม่ ทำให้อาจเกิดการใช้โอกาสขายทำกำไร สร้างความกดดันต่อตลาดเพิ่มขึ้น หรืออาจพัฒนาต่อเนื่องไปเป็นการขายอย่างตื่นตระหนก (Panic Sell) ก็เป็นได้ หากสถานการณ์ทางการเมืองพัฒนาไปในทางร้ายเพิ่มขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม หากตัดปัจจัยด้านอารมณ์ความรู้สึกออกไป แล้วพิจารณาจากขนาดของผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง จะพบว่าตลาดส่วนใหญ่ได้ปรับลดลงเพียงเล็กน้อย แล้วก็ฟื้นตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เช่น ดัชนีหุ้นสหรัฐ S&P500 ปรับตัวลดลงมากที่สุดภายในวันเดียวเพียง 1.5% แล้วฟื้นตัวขึ้น ส่งผลให้ระดับของดัชนีปัจจุบันต่ำกว่าระดับสูงสุดตลอดกาลของดัชนี S&P500 เพียง 1.5% สอดคล้องกับดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้น S&P500 หรือ VIX ซึ่งก็ปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเช่นกัน คือ ปรับขึ้นมาสู่ระดับ 16.04 จุด และในเวลาไม่นานก็ปรับลดลง จนระดับปัจจุบันอยู่ที่ 12.02 จุด ซึ่งยังต่ำกว่าที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือน พ.ย. 2016 ที่ตลาดมีความกังวลเรื่องผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ จนดัชนี VIX ปรับขึ้นมาที่ระดับ 22.51 จุด และดัชนี S&P500 ปรับลดลง 3.1% ภายใน 12 วัน หรือแม้กระทั่งในช่วงปลายเดือน มิ.ย. 2016 ที่ดัชนี VIX ปรับขึ้นมาสู่ระดับ 25.76 จุด สะท้อนความกังวลต่อผลของ Brexit Vote ในขณะที่ดัชนี S&P500 ก็ปรับลดลงไป 5.3% ภายใน 5 วัน
แม้ว่าตลาดดูเหมือนยังไม่กังวลต่อเหตุการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีมากเท่าใดนัก นักลงทุนก็มิอาจวางใจได้ ควรปรับพอร์ตเพื่อหลีกเลี่ยงตลาดและหุ้นที่ซื้อขายที่ราคาสูง หรือที่มีมูลค่าต่อกำไร (พี/อี) สูง หลีกเลี่ยงตลาดที่อาจได้รับผลกระทบรุนแรงจากภาวะสงคราม หรือเลือกลงทุนแบบกระจายหลายภูมิภาค หลายอุตสาหกรรม และมีทองคำที่มักเป็นที่หลบภัยและให้ผลตอบแทนดีท่ามกลางความไม่แน่นอนและในช่วงตลาดผันผวนติดพอร์ตไว้บ้าง







