
เร่งล้างท่อ3แสนล้าน
นายกฯ กำชับหน่วยงานทำสัญญาเบิกงบเสร็จในเดือน ส.ค.หากใครไม่ทันโอนลงงบช่วยน้ำท่วม หลังงบปี 2560 เหลือกว่า 3 แสนล้าน
นายกฯ กำชับหน่วยงานทำสัญญาเบิกงบเสร็จในเดือน ส.ค.หากใครไม่ทันโอนลงงบช่วยน้ำท่วม หลังงบปี 2560 เหลือกว่า 3 แสนล้าน
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ (บยศ.) ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ไปเมื่อ วันที่ 18 ส.ค. 2560 ทางสำนักงบประมาณ ได้นำเสนอมาตรการดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อนำไปปฏิบัติกับหน่วยงานราชการทันที
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นการเร่งรัดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานต่างๆ เร่งทำสัญญาผูกพันและเบิกจ่ายใช้งบประมาณให้มากที่สุด เนื่องจากปีงบประมาณ 2560 เหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนกว่าเท่านั้น โดยจะสิ้นสุดปีงบประมาณ 2560 (ต.ค. 2559-ก.ย. 2560) ในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ระบุว่า หลังจากไตรมาส 2 การลงทุนภาครัฐได้ชะลอลงเมื่อเทียบกับปัจจัยอื่นๆ ที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจไตรมาส 2 เติบโตได้ถึง 3.7% ดังนั้นจะต้องเร่งรัดการลงทุนภาครัฐให้เพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งจะมาจากการใช้งบประมาณของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในรายละเอียดของมาตรการนั้นให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานต่างๆ พิจารณาว่าเป็นรายการใช้งบประมาณเดิมที่ยังมีความสำคัญและจำเป็นต้องดำเนินการ ก็ให้เร่งรัดดำเนินการก่อหนี้ผูกพัน และกรอกข้อมูลในระบบที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายในวันทำการสุดท้ายของเดือน ส.ค. 2560
อย่างไรก็ตาม หากสามารถดำเนินโครงการสำคัญจนบรรลุวัตถุประสงค์และมีเงินงบประมาณเหลือหรือไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ทันภายในวันทำการสุดท้ายของเดือน ส.ค. 2560 ให้ทั้งราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานต่างๆ ปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ โดยนำไปช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย หรือปรับปรุงซ่อมแซมบูรณะสถานที่ราชการ หรือโครงการที่เป็นสาธารณประโยชน์แต่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ตลอดจนใช้เป็นงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการป้องกันเหตุอุทกภัย เช่น ร่วมกันพัฒนาระบบการกระจายน้ำ
ทั้งนี้ หากต้องเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานหรือการใช้งบประมาณก็ให้ขออนุมัติจากรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่กำกับดูแลหน่วยงาน แล้วขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณภายในวันที่ 7 ก.ย. 2560 และโครงการดังกล่าวต้องก่อหนี้ผูกพันให้ทันภายในวันทำการสุดท้ายของเดือน ก.ย. 2560
ด้านสำนักงบประมาณรายงานว่าความคืบหน้าการเบิกจ่ายและการก่อหนี้ผูกพัน ณ วันที่ 11 ส.ค. จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2560 รวม 2.923 ล้านล้านบาท แยกเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำ 2.290 ล้านล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 6.32 แสนล้านบาท จัดสรรให้กับส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจรวม 2.842 ล้านล้านบาท แยกเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำ 2.314 ล้านล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 5.27 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ได้ทำสัญญาผูกพันรวมการเบิกจ่ายแล้วรวม 2.510 ล้านล้านบาท แยกเป็นทำสัญญาผูกพันและเบิกจ่ายงบรายจ่ายประจำ 2.079 ล้านล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 4.31 แสนล้านบาท คงเหลือที่ยังไม่ได้ทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันรวม 3.314 แสนล้านบาท แยกเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำ 2.38 แสนล้านบาท และงบรายจ่ายลงทุน 9.318 หมื่นล้านบาท
"เป็นไปได้ที่ส่วนที่เหลือยังไม่ทำสัญญาผูกพันจะต่ำกว่า 3.31 แสนล้านบาท เพราะบางรายการหรือโครงการทำสัญญาแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการบันทึกลงในระบบของกรมบัญชีกลางและบางส่วนก็อยู่ระหว่างการรอกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง แต่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการใช้งบประมาณจึงจำเป็นต้องมีมาตรการนี้" แหล่งข่าวเปิดเผย n







