
สตูลผลักดันแผนท่องเที่ยว4ปี
อบจ.สตูล ดันปีการท่องเที่ยวสตูล 2562-2565 ใช้เกาะหลีเป๊ะเป็นแม่เหล็กดึงนักท่องเที่ยว
โพสต์ทูเดย์ - อบจ.สตูล ดันปีการท่องเที่ยวสตูล 2562-2565 ใช้เกาะหลีเป๊ะเป็นแม่เหล็กดึงนักท่องเที่ยว
นายเจตกร หวันสู ประธานสภาการท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สตูล เปิดเผยว่า หาก จ.สตูล ได้รับการรับรองอุทยานธรณีโลก หรือ UNESCO GLOBAL GEOPARK ซึ่งจะมีการประเมินรอบสุดท้ายในเดือน ก.ย.นี้ ก็จะเดินหน้าผลักดันแผนปีการท่องเที่ยวสตูล 4 ปี ระหว่างปี 2562-2565 ทันที เพื่อขยายรายได้จากการท่องเที่ยวของ จ.สตูลให้เพิ่มมากขึ้นจากปีละ 5,000 ล้านบาท ในปัจจุบัน
“เกาะหลีเป๊ะเปรียบเสมือนแม่เหล็กที่ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา และเราต้องการให้ใช้แม่เหล็กกระจายสินค้าไปยังแหล่งอื่นๆ ในสตูลที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน” นายเจตกร กล่าว
นายเจตกร กล่าวว่า ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มาเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล มีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย กลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรป อเมริกา เบาบางลงไปบ้าง แต่ยังมีกลุ่มประเทศที่เกิดใหม่ ไม่ว่าจะเป็น คาบสมุทรรัสเซีย ก็เริ่มรู้จัก จ.สตูล มากยิ่งขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวในประเทศไทยมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 70% จะเป็นส่วนเติมเต็มให้ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ จ.สตูล ทำให้ทิศทางการท่องเที่ยวมีโอกาสขยายตัว
นายเจตกร กล่าวว่า จ.สตูล เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์ มีความปลอดภัย อัตราการเข้าพักและรายได้จากการท่องเที่ยวของ จ.สตูล จะต้องเพิ่มขึ้น หากได้รับการรับรอง GLOBAL GEOPARK เมืองสตูลจะเป็นการปักธงของนักท่องเที่ยวว่าเป็นอีกเมืองที่จะต้องมาค้นหา ค้นพบ ศึกษา และเรียนรู้ความหลากหลายที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ผู้คน ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิต
“สตูลจะต้องเป็นเมืองที่เป็นคู่แฝดกับหาดใหญ่เท่านั้น จ.สตูล มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิง GLOBAL GEOPARK เพื่อความยั่งยืน เพราะฉะนั้นสตูลจะไม่มีช็อปปิ้งมอลล์ ไม่มีไนต์ไลฟ์ แต่สตูลมีสินค้าที่เป็นวิถีชีวิต แหล่งท่องเที่ยว ถ้าทำให้สตูลกับหาดใหญ่เชื่อมกันใกล้มากที่สุด” นายเจตกร กล่าว
นายเจตกร กล่าวว่า จากการหารือเรื่องนี้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลพร้อมที่จะให้การสนับสนุนเต็มที่ ขณะเดียวกันก็ได้ประสานงานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานหาดใหญ่ และองค์กรทางด้านการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เพื่อร่วมกันผลักดันแนวความคิดดังกล่าวต่อไป







