
ผุดเกตเวย์โยงอินโดจีน
ทอท.ดันสุวรรณภูมิเป็นเกตเวย์สินค้าซีแอลเอ็มวี เชื่อมตลาดยุโรป พร้อมจับมือมาเลเซีย-อินโดฯ ตั้งซิสเตอร์ แอร์พอร์ตต่อยอดรายได้
ทอท.ดันสุวรรณภูมิเป็นเกตเวย์สินค้าซีแอลเอ็มวี เชื่อมตลาดยุโรป พร้อมจับมือมาเลเซีย-อินโดฯ ตั้งซิสเตอร์ แอร์พอร์ตต่อยอดรายได้
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ทอท.มีแผนจะเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นประตู (เกตเวย์) เพื่อส่งออกสินค้ากลุ่มกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ออกไปสู่ยุโรป ที่ผ่านมาได้เจรจากับตลาดยุโรปอย่างประเทศเยอรมนีในการเป็นจุดหมายปลายทางของสินค้า โดยจะใช้สนามบินมิวนิกเป็นสนามบินหลักรองรับปริมาณสินค้า
ขณะที่โครงการจะเริ่มภายในปี 2561 ในช่วงแรกจะเน้นขนส่งสินค้าด้านเกษตรกรรมซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของภูมิภาค ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดเตรียมแผน ทั้งด้านขั้นตอนและบุคลากรเพื่อให้เกิดความพร้อมต่อไป ซึ่งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายพัฒนาประเทศไทยเพื่อเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การบินของอาเซียน
"ปัจจุบันการขนส่งสินค้าทางอากาศของประเทศกว่า 95% ใช้ช่องทางสนามบินสุวรรณภูมิ มีปริมาณการจราจรทางอากาศของผู้โดยสารสัญชาติในกลุ่มประเทศอินโดจีนผ่านท่าอากาศยาน 6 แห่งของ ทอท.ช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. 2560 จำนวน 9.80 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 24.1% ของจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศทั้งหมด 40.66 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 11.4%" นายนิตินัย กล่าว
น.ส.ศศิศุภา สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ทอท.มีแผนจะร่วมมือกับประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียในการตั้งสนามบินพี่น้อง (ซิสเตอร์ แอร์พอร์ต) เพื่อผสานความร่วมมือระหว่างท่าอากาศยานไทย-อาเซียนในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและแลกเปลี่ยนบุคลากรเพื่อรองรับตลาดการบินของประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะการเพิ่มโอกาสขยายเส้นทางบินและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในประเทศมากขึ้น
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า จากศักยภาพของไทยด้านการเป็นฮับการบินอาเซียนทั้งการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า โดยเฉพาะในคลัสเตอร์ซีแอลเอ็มวีที่ได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์และคุณภาพของอุตสาหกรรมการบิน และเป็นจุดกระจายผู้โดยสารไปยังเมืองหลวงและหัวเมืองของซีแอลเอ็มวี ภายในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งในอนาคตจะยังมีระบบขนส่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมไทย-สปป.ลาว-จีน รองรับด้วย







