posttoday
บาทแข็งฉุดหุ้น2กลุ่ม

บาทแข็งฉุดหุ้น2กลุ่ม

23 สิงหาคม 2560

ผลจากบาทแข็งค่าฉุดกำไรหุ้นกลุ่มอาหารและอิเล็กทรอนิกส์ปีนี้ทรุดหนัก TFG และเอสวีไอคาดครึ่งหลังดีขึ้น

ผลจากบาทแข็งค่าฉุดกำไรหุ้นกลุ่มอาหารและอิเล็กทรอนิกส์ปีนี้ทรุดหนัก TFG และเอสวีไอคาดครึ่งหลังดีขึ้น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ได้มีการทบทวนกำไรปี 2560 และ 2561 โดยปรับสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยน จากเดิม 35 เป็น 34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนการแข็งค่าของเงินบาท ที่กระทบต่อกลุ่มส่งออกอาหารและส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จึงลดประมาณการกำไรปีนี้

ทั้งนี้ ลดประมาณการกำไรกลุ่ม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปี 2560 ลง 4.3% ปี 2561 ลง 5% มาจากบริษัท เอสวีไอ (SVI) ที่ลดกำไรปี 2560 ลง 26% ปี 2561 ปรับลง 28% บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) กำไรปี 2560 ปรับลง 5% ปี 2561 ปรับลง 6% บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) ปี 2560 ปรับลง 5% ปี 2561 ปรับลง 6%

สำหรับกลุ่มส่งออกอาหารปี 2560 ปรับกำไรลง 3.7% ปี 2561 ปรับลง 4.1% หลักๆ มาจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ที่ปรับกำไรปี 2560 ลง 4.4% ปี 2561 ปรับลง 4.4% บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ที่ปรับกำไรปี 2560 ลง 7.3% ปี 2561 ปรับลง 7.5%

นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจในครึ่งหลังปีนี้คาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และรายได้ในปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีที่ผ่านมามีรายได้รวม 20,779 ล้านบาท และรักษาระดับผลกำไรได้ต่อเนื่อง จากรายได้จากการขายสินค้าส่งออกไปแล้วล่วงหน้าในราคาเฉลี่ยที่สูงขึ้น อีกทั้งสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้านำเข้ากากถั่วเหลืองที่มีต้นทุนแน่นอน และดอลลาร์สหรัฐอ่อนลง ตลอดจนการบริหารประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงบริหารต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำลง

นอกจากนี้ บริษัทยังต้องบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ราคาตลาด ต้นทุนวัตถุดิบ และอัตราแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งต้องมีมาตรการป้องกันโรคระบาดของไก่และสุกรอย่างระมัดระวังขั้นสูงสุด

"ครึ่งหลังของปีนี้มั่นใจว่าจะเติบโตต่อจากช่วงครึ่งปีแรกที่มีรายได้ 12,053 ล้านบาท เติบโต 27.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย TFG บริษัทแม่ สามารถล้างขาดทุนสะสมได้ทั้งหมด และมีกำไรสะสมกว่า 470 ล้านบาท" นายเชิดศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ในไตรมาส 2 ปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิ 601 ล้านบาท ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งแรกปีนี้มีกำไร 737 ล้านบาท ลดลง 15%

นายพงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SVI กล่าวว่า ค่าเงินบาทนิ่งมากขึ้น จากก่อนหน้านี้แข็งค่ามาก ไตรมาส 2 บริษัทได้รับผลกระทบเพราะสั่งซื้อเครื่องจักรเข้ามามากและระบุช่วงที่ค่าเงินแข็งค่ามาก แต่หลังจากนี้จะไม่มีปัญหาเรื่องค่าเงินแล้ว ซึ่งระดับค่าเงินบาทที่เหมาะสมอยู่ในกรอบ 33.25-33.40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และเชื่อว่าค่าเงินบาทจะอ่อนตัว

"รายได้ 1 ใน 3 ของบริษัทมาจากกลุ่มยุโรปเป็นหลัก และบริษัทซื้อ ความเสี่ยงค่าเงินไว้แล้ว" นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

สำหรับปีนี้ยังคงเป้ารายได้ที่ 380-400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งครึ่งปีแรกมีรายได้แล้ว 180 ล้านดอลลาร์ และครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีรายได้ดีกว่าครึ่งแรก เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นและมีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น เพราะมีการลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่ม ซึ่งปัจจุบันมีงานในมือแล้ว 1 หมื่นล้านบาท จากลูกค้าใหม่ที่เข้ามามาก โดยจะทยอยรับรู้ภายในปีนี้ถึงไตรมาสแรกปีหน้า ซึ่งปีนี้จะทำให้อัตรากำไรสุทธิที่ 4-5%

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ