posttoday
กับดักทางรายได้ที่รัฐต้องช่วย

กับดักทางรายได้ที่รัฐต้องช่วย

23 สิงหาคม 2560

ปิยะณัฐ อรัญญาเกษมสุขผู้บริหารสูงสุด สายงานลูกค้าธุรกิจ ธนาคาร อาร์ เอช บี สาขาประเทศไทยที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม และการแรงงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติคราวที่แล้วผู้เขียนได้เล่าเรื่องความรู้สึกของคนไทยต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ดูดี แต่ไม่ได้รู้สึกดีตามไปด้วย เพราะคนส่วนใหญ่ติดกับดักทางด้านการเงินมีหนี้สินส่วนตัวเพิ่มขึ้นมากมาย และจีดีพีนั้นไม่สามารถอธิบายได้ถึงกำลังการซื้อของคนทั่วไปได้ชัดเจน

ปิยะณัฐ อรัญญาเกษมสุขผู้บริหารสูงสุด สายงานลูกค้าธุรกิจ ธนาคาร อาร์ เอช บี สาขาประเทศไทยที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการพาณิชย์ การอุตสาหกรรม และการแรงงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

คราวที่แล้วผู้เขียนได้เล่าเรื่องความรู้สึกของคนไทยต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ดูดี แต่ไม่ได้รู้สึกดีตามไปด้วย เพราะคนส่วนใหญ่ติดกับดักทางด้านการเงินมีหนี้สินส่วนตัวเพิ่มขึ้นมากมาย และจีดีพีนั้นไม่สามารถอธิบายได้ถึงกำลังการซื้อของคนทั่วไปได้ชัดเจน

แถมเส้นทางข้างหน้ายังมีอุปสรรคเรื่องกับดักทางรายได้ที่ทุกคนต้องกัดฟันสู้กันต่อไป เราควรมาทำความเข้าใจกันก่อนว่ากับดักทางรายได้ หรือ Income Trap คืออะไร

อธิบายแบบง่ายๆ คือ การที่คนฐานรายได้ปานกลางหรือน้อย อยากขยับตัวเองขึ้นมาเป็นผู้มีรายได้ในฐานรายได้ถัดไป แต่ไม่สามารถทำได้และติดอยู่กับฐานรายได้เดิมๆ ไปตลอด พูดแบบบ้านๆ ว่า คนจนก็จนลง แต่คนรวยกลับรวยขึ้น

กับดักทางรายได้เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย แต่ผู้เขียนจะกล่าวถึงสาเหตุหลักๆ กัน คือ เรื่องพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทย

ประเทศไทยนั้นแต่ก่อนทำการเกษตรเป็นหลักและส่งออกสินค้าเกษตรเป็นหลัก แต่เป็นสินค้าแบบพื้นๆ ทุกคนมีต้นทุนที่ใกล้เคียงกันและความต่างของฐานรายได้ไม่ต่างกันมาก

ภายหลังยุคอุตสาหกรรมเฟื่องฟู มีผู้ประกอบการบางรายสามารถขยับตัวเองขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ และพัฒนาการที่สังเกตได้ชัด คือ การเข้าควบรวมกิจการต่างๆ ของผู้ประกอบการเหล่านี้ ทำให้ธุรกิจในประเทศไทยนั้นถูกควบคุมโดยผู้ประกอบการไม่กี่กลุ่ม

แถมผู้ประกอบการเหล่านี้มีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่าคนทั่วๆ ไป เพราะทุกสถาบันการเงินแห่กันให้เงินกู้และสามารถได้วงเงินกู้ที่มากกว่าปกติ แถมยังสามารถเข้าถึงตลาดทุนได้

สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้การควบรวมกิจการเป็นได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้นธุรกิจเล็กๆ จะยิ่งแข่งขันลำบากเพราะมีรายใหญ่คอยค้ำคอไว้และล้มหายไปในที่สุด

ส่วนผู้ประกอบการขนาดกลาง ถ้าถีบตัวเองผ่านจุดนี้ไปได้ก็สามารถยกระดับเข้าไปสู่กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ได้ หรือกลับกันอาจจะถูกควบรวมกิจการโดยกลุ่ม ผู้ประกอบการรายใหญ่ เราเลยเห็นว่า คนจนนั้นจนลง ส่วนคนรวยนั้นรวยขึ้น เพราะเงินสามารถต่อเงินได้นั่นเอง

เรามาดูพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียงกับเรา เช่น มาเลเซีย หรือสิงคโปร์กันบ้าง ทั้งสองประเทศนั้นธุรกิจหลักๆ ของประเทศถูกนำโดยรัฐวิสาหกิจหรือบริษัทที่มีกองทุนของรัฐถือหุ้นอยู่

ทั้งรัฐวิสาหกิจและบริษัทที่รัฐเป็นเจ้าของนั้นล้วนแล้วแต่มุ่งเน้นการประกอบธุรกิจหลัก ไม่มุ่งเน้นการประกอบธุรกิจเสริม และไม่เน้นการเข้าซื้อกิจการของซัพพลายเออร์ของตนเอง ไม่ว่าจะต้นน้ำหรือปลายน้ำ ปล่อยให้ ผู้ประกอบการทั่วๆ ไปได้มีโอกาสทำธุรกิจ

พูดง่ายๆ คือ กินแบ่งไม่กินรวบ เหตุผลหลัก คือ ความต้องการที่จะสร้างฐานผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญของประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะเมื่อเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ ฐานที่แข็งแกร่งนี้จะช่วยไม่ให้ประเทศล้ม เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่สามารถเอาตัวรอดเองได้ แถมรัฐวิสาหกิจและบริษัทที่รัฐเป็นเจ้าของจะยื่นมือเข้ามาช่วยผู้ประกอบการที่ต้องการความช่วยเหลือ นี่คือการจับมือประคองกันไปทั้งฝั่งภาครัฐและเอกชนอย่างยั่งยืน

ฝั่งภาครัฐของไทยคงต้องมานั่งคิดกันแล้วว่า จะพาคนไทยหลุดพ้นเรื่องนี้ไปได้อย่างไร ทั้งเรื่องการใช้ความต้องการในอนาคตมากระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจซึ่งเกิดจากนโยบายเก่าของรัฐบาลที่ผ่านๆ มา และถ้าลองดูกันดีๆ แล้วเรื่องนี้เหมือนเป็นวงจรลูกโซ่ที่ต้องคอยวิ่งหาโซ่ข้อต่อไปมาต่อเรื่อยๆ ไม่เช่นนั้นโซ่อาจจะขาดและระบบเศรษฐกิจอาจจะหยุกชะงักได้ อีกทั้งเรื่องกับดักทางรายได้ที่หลายคนบ่นว่า คนจนก็จนอยู่แบบนั้น ส่วนคนรวยกลับรวยขึ้น

จริงๆ แล้วภาครัฐเองมีองค์กรหลายแห่งที่น่าจะพร้อมเข้ามาดูแล ผู้ประกอบการ เพียงแต่ต้องมีการสร้างแผนงานที่เป็นรูปธรรมและเป็นแบบแผน โดยน่าจะเป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติเพื่อสร้างผู้ประกอบการและประชาชนที่แข็งแกร่ง ทำให้คนไทยทุกคนมีรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น คนไทยทุกคนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตขึ้นมาได้ และรู้สึกได้จริงๆ ว่าเศรษฐกิจดีขึ้น มีการกินแบ่งมากกว่ากินรวบ

เราคงต้องการคนที่คิดเพื่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตนมาช่วยกันบริหารเหตุการณ์นี้ และสร้างฐานที่แข็งแกร่งเฉกเช่นประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อการพัฒนาของประเทศไทยแบบยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท