posttoday
เร่งกระตุ้น กันเศรษฐกิจอ่อนแรง

เร่งกระตุ้น กันเศรษฐกิจอ่อนแรง

23 สิงหาคม 2560

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงแม้ว่าเศรษฐกิจไทยวันนี้จะขยายตัวได้อย่างสดใส หลังจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยปี 2560 ล่าสุดพบว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ขยายตัวได้ถึง 3.7% ขยายตัวได้ต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ 3.3% ทำให้ สศช.ปรับเพิ่มการขยายตัวเศรษฐกิจทั้งปีเป็น 3.7% จากเดิม 3.5%

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

แม้ว่าเศรษฐกิจไทยวันนี้จะขยายตัวได้อย่างสดใส หลังจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยปี 2560 ล่าสุดพบว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ขยายตัวได้ถึง 3.7% ขยายตัวได้ต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ 3.3% ทำให้ สศช.ปรับเพิ่มการขยายตัวเศรษฐกิจทั้งปีเป็น 3.7% จากเดิม 3.5%

อย่างไรก็ตาม สัญญาณเศรษฐกิจที่ดีขึ้นสูงสุดในรอบ 17 ไตรมาส หรือในรอบกว่า 4 ปี ก็ยังไม่น่าไว้วางใจ แม้ว่าเศรษฐกิจที่ขยายตัวที่ดีขึ้น จะมาจากทั้งภาคการส่งออก การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวได้กว่าที่คาด แต่ในส่วนของการลงทุนภาครัฐที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาพบว่ามีอ่อนแรงลง

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เรียกออกมาเรียกความเชื่อมั่นและปิดจุดอ่อนของเศรษฐกิจทันที โดยระบุว่าเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังขยายตัวได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนการลงทุนภาครัฐที่แผ่วลงไม่มีปัญหา เพราะสามารถเร่งขึ้นได้ไม่ยาก เพราะเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญและติดตามรวมถึงออกมาตรการเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ หากพิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกขยายตัวได้ 3.3% และไตรมาส 2 ขยายตัว 3.7% ทำให้เศรษฐกิจครึ่งปีขยายตัวได้ 3.5% ดังนั้นหากจะให้เศรษฐกิจไทยปี 2560 ขยายตัวได้ 3.7% แสดงว่าการขยายตัวครึ่งปีหลังจะต้องขยายตัวได้มากกว่าครึ่งปีแรก โดยจะต้องขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 3.9% นั้นหมายความว่าการขยายตัวเศรษฐกิจไตรมาส 3 และ 4 จะต้องไม่น้อยกว่าการขยายตัว 3.7% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงไม่น้อย

ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องดูแลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาแรง ขับเคลื่อนต่างให้มีอย่างต่อเนื่อง เพราะหากมีปัญหาขึ้นมาจะทำให้เศรษฐกิจไปไม่ถึงเป้าหมายทันที ซึ่งจะส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไม่แข็งแรงอย่างแท้จริง

เมื่อดูสัญญาจากภาคเอกชนล่าสุด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจความ เชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทย เดือน ก.ค. 2560 อยู่ที่ 83.9 ลดลงต่ำมากสุดในรอบ 11 เดือน และเป็นการลดลงเดือนที่ 4 ติดต่อกัน เนื่องจากผู้ประกอบการยังกังวลการฟื้นตัวของ ผู้บริโภค โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เอกชนเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการตุ้นเศรษฐกิจปลายปี เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย รวมถึงการดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่ามาเกินไปจนกระทบผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น

จากเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนแสดงให้เห็นว่า ปัญหาเศรษฐกิจในช่วงท้ายของปี 2560 ไม่ได้มีปัญหาเฉพะการลงทุนที่แผ่วลงเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ที่แม้ว่าการลงทุนภาคเอกชนล่าสุดจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ความเชื่อมั่นกลับยังไม่แข็งแรง

ดังนั้น รัฐบาลหนีไม่พ้นที่จะต้องเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง 3-4 เดือนของปีนี้ เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจอ่อนแรงอย่างที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนเป็นห่วง ซึ่งในส่วนของการเร่งลงทุนภาครัฐ รัฐบาลได้มีการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 2560 ที่เหลือเวลาอีก 1 เดือนเศษ โดยเฉพาะงบเพิ่มเติมกลางปี 2560 วงเงิน 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งเป้าหมายเบิกให้ได้ 60%

นอกจากนี้ ยังเร่งงบลงทุนใหม่ปีงบประมาณ 2561 ที่จะเริ่มวันที่ 1 ต.ค. 2560 นี้ ก็ได้มีการสั่งการให้มีการหาผู้รับเหมาเตรียมร่างสัญญาไว้ล่วงหน้า เมื่องบประมาณมีผลบังคับใช้จะได้เริ่มเบิกจ่ายทันที ซึ่งการดำเนินในลักษณะได้ทำมาแล้วในปีงบประมาณ 2559 และ 2560 ซึ่งได้ผลทำให้เม็ดเงินลงใช้จ่ายและลงทุนภาครัฐ กระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสุดท้ายของปีได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งลงทุนโครงสร้างรัฐโดยผ่านการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน หรือ PPP และการระดมเงินผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ วงเงิน 1 แสนล้านบาท ที่การออกหน่วยลงทุนล่าช้าจากเดือน ก.ย. 2560 ที่ตั้งไว้ แต่ก็ยังมีความพยายามที่จะดำเนินการให้ได้ภายในปีนี้ ซึ่งทั้ง PPP และไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ เป็นอีกหนึ่งเม็ดเงินลงทุนใหญ่ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี

ในส่วนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปีระดับเศรษฐกิจภูมิภาคและฐานราก ที่ผ่านมาการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ได้เสนอมาตรการลดหย่อนภาษีจากการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี โดยให้ใช้ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี โดยเสนอมาตรการ 3 โซน การท่องเที่ยวจังหวัดหลักหักลดหย่อนได้ 1.5 หมื่นบาท ท่องเที่ยวใน 12 จังหวัดห้ามพลาดหักลดหย่อนได้ 3 หมื่นบาท และท่องเที่ยวในจังหวัดได้ 5 หมื่นบาท ซึ่งกระทรวงการคลังได้ให้ ททท. ปรับมาตรการให้กระตุ้นการท่องเที่ยวชุมชนอย่างแท้จริงและหักเป็นอัตราเดียว 1.5 หมื่นบาท หรือ 3 หมื่นบาท ซึ่งมาตรการภาษีท่องเที่ยวปลายปีคงออกมาแน่นอน เพราะกระทรวงการคลังรู้ว่ามีผลกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเป็นมาตรการที่ใช้มาต่อเนื่อง 2-3 ปี แล้วได้ผล

สำหรับเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า คลังได้สั่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ติดตามดูแลใกล้ชิด คลังได้เรียก ธปท. มารายงานการดูแลค่าเงินตลอดแต่ถูกปิดเป็นความลับ ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังยังเตรียมออกมาตรการดูแลค่าธรรมเนียมการทำป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของผู้ส่งออกที่เป็นเอสเอ็มอีจำนวนไม่เกิน 3 หมื่นบาท ของวงเงินการค้าไม่เกิน 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ มาตรการนี้จะเร่งคลอดออกมาปลายปีเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลดีกับทั้งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่งออกขยายตัวได้เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับที่กระทรวงพาณิชย์ปรับเป้าส่งออกปีนี้จาก 5% เป็น 6%

ในส่วนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากชุดใหญ่ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ออกมาระบุว่า มาตรการแจกสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยจะเริ่มในวันที่ 1 ต.ค. 2560 จะมีช่วยเหลือค่าเดินทาง ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟรี มีการช่วยเหลือค่าน้ำค่าไฟฟ้า และค่าก๊าซ เป็นเงินช่วยเหลือถึง 4 หมื่นล้านบาท และหลังจากนั้นจะมีมาตรการเติมเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยกว่า 3 หมื่นบาท/ปี เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้เพิ่ม

การดำเนินการของรัฐบาลจึงเห็นได้ชัดว่า ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 3.7% แต่ก็ยังต่ำกว่าศักยภาพที่ควรขยายตัวได้ 4-5% ต่อปี ซึ่งรัฐบาลมั่นใจว่าการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และดำเนินโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี จะทำให้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ถึง 5% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า แต่ระหว่างทางต้องดูแลให้เศรษฐกิจไม่อ่อนแรง ทำให้รัฐบาลต้องเร่งเติมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ เพื่อให้แน่ใจไม่อ่อนแรงและขยายตัวได้ตามเป้าหมายทั้งในปีนี้และในอนาคต n

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์