
'สตาร์ทอัพ' ปฏิวัติอนาคตเศรษฐกิจโลก
ธนาวัฒน์ มาลาบุปผาการปฏิวัติครั้งใหญ่ในหลายๆวงการล้วนเกิดจากผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ไม่กลัวที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง (Disruption) อยากท้าทายความเชื่อเดิมๆ หรือสิ่งเดิมๆ โลกเราตอนนี้กำลังอยู่ในยุคการปฏิวัติของข้อมูลสารสนเทศอย่างแท้จริง ฉะนั้นผู้ประกอบการเทคโนโลยีจึงมีความสำคัญในยุคนี้เป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นคนที่สร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาเพื่อเข้าไปช่วยแก้ปัญหาหลายๆ อย่าง และนำมาซึ่งการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในหลายๆ ภาคธุรกิจ
ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา
การปฏิวัติครั้งใหญ่ในหลายๆวงการล้วนเกิดจากผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ไม่กลัวที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง (Disruption) อยากท้าทายความเชื่อเดิมๆ หรือสิ่งเดิมๆ โลกเราตอนนี้กำลังอยู่ในยุคการปฏิวัติของข้อมูลสารสนเทศอย่างแท้จริง ฉะนั้นผู้ประกอบการเทคโนโลยีจึงมีความสำคัญในยุคนี้เป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นคนที่สร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาเพื่อเข้าไปช่วยแก้ปัญหาหลายๆ อย่าง และนำมาซึ่งการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในหลายๆ ภาคธุรกิจ
บริษัทไฮเทคโนโลยีล้วนเข้าไปแทรก แซงและแพร่กระจายแทบจะในทุกสังคมในยุคนี้ และถ้ามองให้ดีแล้วบริษัทที่ตกต่ำ ลงล้วนแล้วแต่มีบริษัทไฮเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จเข้ามาทดแทน เพราะสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับผู้บริโภคได้อย่างยอดเยี่ยม
Steve Blank ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ และยังเป็นนักคิดและอาจารย์ที่ Stanford และ Berkeley เสนอว่า สตาร์ทอัพสามารถ สร้างได้ด้วยเงินที่น้อยกว่ายุคก่อนมาก ต้นทุน ในการสร้างสตาร์ทอัพลดลงมากกว่า 10 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้เงินทุนตั้งต้นที่ใช้ในการลงทุนจาก VC น้อยลงไปด้วย ทำให้ VC สามารถลงทุนในสตาร์ทอัพได้หลายๆ ราย แหล่งเงินทุนของสตาร์ทอัพมีมากมาย สตาร์ทอัพเรียนรู้พัฒนาวิธีการสร้างธุรกิจใหม่ด้วยวิธีการที่แตกต่างและได้ผล และสตาร์ทอัพพัฒนาศาสตร์การสร้างสตาร์ทอัพที่เหมาะสมกับยุคนี้ซึ่งเรียกว่า Lean Startup ที่ผู้บริโภคเปิดตัวเองสู่เทคโนโลยีมากขึ้น
แม้ กูเกิล เฟซบุ๊ก อเมซอน จะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน แต่มีโอกาสสูงที่บริษัทที่เป็น ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2025 จะมาจาก บริษัทที่คุณไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน บริษัทสตาร์ทอัพเหล่านี้เกิดมาได้จากทั่วโลก ด้วยประโยชน์มหาศาลในการสร้าง GDP ให้ในระดับ Trillion USD (ล้านล้าน USD) ทำให้รัฐบาลตื่นตัวกับเรื่องนี้จริงจังมากขึ้น
ในแง่ของการสร้างงาน มีการศึกษาจาก Kauffman ว่าในช่วง 28 ปีที่ผ่านมานี้ การสร้างงานใหม่ใน USA ทั้งหมดล้วนมาจากสตาร์ทอัพทั้งสิ้น ส่วนบริษัท ในยุคอุตสาหกรรมมีแต่ตัดตำแหน่งงานทิ้งลดจำนวนคนมากกว่าจะจ้างงานใหม่ ประเทศที่สามารถสร้างสตาร์ทอัพให้เกิดขึ้นได้สำเร็จจะเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่เจริญก้าวหน้าอย่างมาก
ถ้าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกขึ้นอยู่กับการเติบโตของสตาร์ทอัพ แล้วเราจะสนับสนุนการเติบโตของสตาร์ทอัพได้อย่างไร คำตอบก็คือ ด้วยการสร้างสตาร์ทอัพอีโคซิสเต็มที่เป็นแหล่งกำเนิดนั่นเอง สตาร์ตอัพอีโคซิสเต็ม ประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ เช่น Venture Capital (VC), Angel Investors และ Accelerators และ Talents ทีมงานก่อตั้ง
จากหลายๆ ปัจจัยที่กล่าวถึงนี้ ทำให้มีบางแห่งในบางประเทศเป็นแหล่งเหมาะสม อย่างยิ่งในการสร้างสตาร์ทอัพ และมีการรวมตัวกันของสตาร์ทอัพอย่างเข้มข้น เช่น Silicon Valley แม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ ที่แน่ชัดว่าการสร้างอีโคซิสเต็มที่ประสบความสำเร็จจะเป็นการการันตีการขับเคลื่อน ของเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่แน่นอนคืออีโคซิสเต็ม เป็นโรงงานปั๊มสตาร์ทอัพออกมาปริมาณ มากๆและช่วยเป็นเบ้าหลอมให้สตาร์ตอัพเหล่านั้นมีโอกาสประสบความสำเร็จมาก หรือแม้กระทั่งประสบความสำเร็จอย่างบ้าคลั่งก็เป็นได้ n







