
ตั้ง‘เรกูลาทอรีแซนด์บ็อกซ์’
สนช.ร่วมศึกษาแผนจัดตั้งเรกูลาทอรี แซนด์บ็อกซ์ เตรียมจัดตั้งคณะทำงานเร่งผลักดัน คาดชัดเจนในปีงบประมาณ 2561
สนช.ร่วมศึกษาแผนจัดตั้งเรกูลาทอรี แซนด์บ็อกซ์ เตรียมจัดตั้งคณะทำงานเร่งผลักดัน คาดชัดเจนในปีงบประมาณ 2561
นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า การที่กระทรวง วิทย์ฯ ได้ร่วมมือลงนามเพื่อการพัฒนา กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อส่งเสริม เศรษฐกิจแห่งผู้ประกอบการรวม 34 หน่วยงาน โดยจะศึกษาแนวทางการจัดตั้งศูนย์ทดสอบและพัฒนานวัตกรรมสำหรับธุรกิจใหม่แบบเศรษฐกิจแบ่งปัน หรือ เรกูลาทอรี แซนด์บ็อกซ์ (Regulatory Sandbox) ของสตาร์ทอัพ หลังจากนี้จะมี การจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาผลักดันเรื่องนี้ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนและกำหนดหลักเกณฑ์ของเรกูลาทอรี แซนด์บ็อกซ์ ได้ในปีงบประมาณ 2561
ทั้งนี้ การกำหนดหลักเกณฑ์และกฎ ระเบียบต่างๆ เพื่อให้กลุ่มสตาร์ทอัพ หรือผู้ที่ มีไอเดียการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ แต่ยังไม่มี กฎหมายรองรับมีการขึ้นทะเบียนให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถหารือรายละเอียดและปัญหาอุปสรรคต่างๆ ร่วมกันได้ โดยในขณะนี้กลุ่มที่สนใจทำเรกูลาทอรี แซนด์บ็อกซ์จะเกี่ยวข้องทั้งกลุ่มฟินเทค การเงิน บริการ ทางท่องเที่ยวและสุขภาพ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง
สำหรับการพิจารณากฎหมายและหลักเกณฑ์จะต้องอยู่ภายใต้การดำเนินการของคณะกรรมการวิสาหกิจการเริ่มต้นแห่งชาติ โดยมีสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ที่จะร่วมจัดตั้งคณะทำงาน ขณะที่ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีไอเดียแนวคิดธุรกิจใหม่สามารถเริ่มต้นทำธุรกิจได้ แต่จะมีคณะกรรมการที่ทำหน้าที่พิจารณากำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีการพิจารณาให้การทำธุรกิจที่เป็นผลดีต่อผู้บริโภคและภาคเอกชน
"การร่วมลงนามกับ 34 หน่วยงานใน ช่วงที่ผ่านมา จะเป็นการร่วมผลักดันให้เป็น แหล่งทดสอบธุรกิจและข้อบังคับต่างๆ พร้อม กับการร่วมมือพัฒนาและแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง" นายพันธุ์อาจ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยมีสตาร์ทอัพที่อยู่ในช่วงพัฒนาแนวคิดจำนวนมาก กว่า 8,000 ราย และมีผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพที่ทำธุรกิจจริงจำนวน 1,500 รายมีการจ้างงานใหม่ในประเทศไทยจำนวนกว่า 7,500 ราย
นายพันธุ์อาจ กล่าวว่า ในช่วง 12 ปี ที่ผ่านมา สนช.ได้สนับสนุนและร่วมสร้าง สรรค์โครงการนวัตกรรมผู้ประกอบการภาคเอกชนมากกว่า 1,500 โครงการ วงเงิน สนับสนุนกว่า 1,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนในธุรกิจใหม่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท n







