posttoday
เมียนมาดึงไทยลงทุน

เมียนมาดึงไทยลงทุน

22 สิงหาคม 2560

เมียนมาชวนนักลงทุนไทยลุย 3 กลุ่มธุรกิจ เทรนนิ่ง-เครื่องสำอาง-นวัตกรรมการผลิตยาง ชี้ช่องรัฐวิสาหกิจหาพันธมิตรอีก 59 โครงการ

เมียนมาชวนนักลงทุนไทยลุย 3 กลุ่มธุรกิจ เทรนนิ่ง-เครื่องสำอาง-นวัตกรรมการผลิตยาง ชี้ช่องรัฐวิสาหกิจหาพันธมิตรอีก 59 โครงการ

นายขิ่นหม่องโช รมว.อุตสาหกรรมเมียนมา เปิดเผยว่า เมียนมาเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดึงดูดการลงทุน โดยเมื่อวันที่ 22 ส.ค. เข้าร่วมงาน "โอกาสการลงทุนและการเป็นหุ้นส่วนพัฒนารัฐวิสาหกิจในเมียนมา" ณ กรุงเทพฯ โดยสภาธุรกิจไทย-เมียนมา เพื่อเชิญชวน นักลงทุนไทยร่วมเป็นหุ้นส่วนกับรัฐบาลเมียนมา ปัจจุบันเมียนมามีโครงการรัฐวิสาหกิจมากกว่า 100 โครงการ และยังขาดหุ้นส่วนทางธุรกิจอีก 59 โครงการ ซึ่งยินดีต้อนรับนักลงทุนไทย

สำหรับ 3 ธุรกิจหลักที่เมียนมาสนใจเชิญชวนนักลงทุนไทยเข้าไปลงทุน ได้แก่ กลุ่มธุรกิจเทรนนิ่ง ธุรกิจเครื่องสำอาง และนวัตกรรมการผลิตยาง โดยการเข้าไปลงทุนในเมียนมามีความท้าทายด้านทักษะแรงงานและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายยกระดับทักษะ แรงงาน เพิ่มความสามารถในการผลิต ธุรกิจ เทรนนิ่งจึงมีแนวโน้มเติบโต

ขณะที่กลุ่มธุรกิจเครื่องสำอาง ประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญ และ ผู้บริโภคเมียนมาเชื่อถือสินค้าแบรนด์ไทยเป็นโอกาสแก่นักลงทุนไทย ส่วนนวัตกรรมการผลิตยาง พบว่าเมียนมายังขาดเทคโนโลยีขั้นสูง การลงทุนเกี่ยวกับนวัตกรรมการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยางเป็นที่ต้องการในตลาดท้องถิ่น

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในเมียนมา ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเหล็ก และธุรกิจชุดชั้นใน เป็นต้น ซึ่งหลังจากเมียนมาเปิดประเทศมากขึ้น มองว่าเป็นโอกาสของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งนักลงทุนไทยมีจุดอ่อนด้านข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเมียนมา การศึกษา ความเข้าใจกฎระเบียบการลงทุนช้ากว่าประเทศอื่น

ขณะที่นักลงทุนกลุ่มหลักในเมียนมา ได้แก่ จีน สิงคโปร์ และมาเลเซีย โดยรัฐบาลสามารถส่งเสริมการลงทุนของธุรกิจไทยด้วยการสนับสนุนข้อมูลที่เอกชนเข้าไม่ถึง เช่น เอกสารที่เป็นภาษาเมียนมา โดยพื้นที่ที่เหมาะต่อการเริ่มต้นลงทุนในเมียนมา คือ เมียนมาตอนใต้ บริเวณตะนาวศรี โดยธุรกิจที่น่าสนใจลงทุนในเมียนมา เช่น อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด โดยเมียนมายังให้ความสำคัญกับกฎหมายสิ่งแวดล้อม ซึ่งธุรกิจที่เข้าไปลงทุนต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

นายขิ่น กล่าวว่า นอกจากนี้รัฐบาลเมียนมา และรัฐบาลนอร์เวย์ ยังได้เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มในประเทศเมียนมา 12 แห่ง กำลังการผลิตไฟฟ้าแห่งละ 50 เมกะวัตต์ รวมเป็น 600 เมกะวัตต์ ซึ่งจะลงนามเอ็มโอยูในเดือน ก.ย.ปีนี้ โดยโครงการเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาด้านพลังงานในเมียนมา โดยประมาณการค่าไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มยูนิตละ 0.9 ดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ เมียนมาเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า ระบบการจัดการน้ำ เส้นทางคมนาคม รวมถึงพัฒนากฎระเบียบและนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนเพื่อเร่งพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยจีดีพีเมียนมาเติบโตเฉลี่ย 6.5%

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์