posttoday
กระทรวงพลังงานวางรากฐาน ระบบไฟฟ้าให้ทั่วทุกพื้นที่มีใช้

กระทรวงพลังงานวางรากฐาน ระบบไฟฟ้าให้ทั่วทุกพื้นที่มีใช้

21 สิงหาคม 2560

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตรปัจจุบันประเทศไทยมีไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึงแล้วประมาณ 99.5% ส่วนอีก 0.5% หรือประมาณกว่า 2 แสนครัวเรือน ยังประสบกับปัญหาไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ส่วนมากตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกล เช่น ยอดเขาและเกาะแก่งต่างๆ ซึ่งในแต่ละพื้นที่แต่ละแห่งปัญหาก็มีแตกต่างกัน อย่างเช่น ในพื้นที่ของเกาะเต่า ตั้งอยู่ใน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี อยู่ห่างจากชายฝั่ง จ.ชุมพร 67 กิโลเมตร และห่างจากเกาะพะงัน 45 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 17.96 ตารางกิโลเมตร โดยพื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นภูเขา มีพื้นที่ราบประมาณ 30% ของตัวเกาะ และมีประชากรในพื้นที่ประมาณ 1,723 คน แต่ไฟฟ้าไม่พอใช้

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร

ปัจจุบันประเทศไทยมีไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึงแล้วประมาณ 99.5% ส่วนอีก 0.5% หรือประมาณกว่า 2 แสนครัวเรือน ยังประสบกับปัญหาไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ส่วนมากตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกล เช่น ยอดเขาและเกาะแก่งต่างๆ ซึ่งในแต่ละพื้นที่แต่ละแห่งปัญหาก็มีแตกต่างกัน อย่างเช่น ในพื้นที่ของเกาะเต่า ตั้งอยู่ใน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี อยู่ห่างจากชายฝั่ง จ.ชุมพร 67 กิโลเมตร และห่างจากเกาะพะงัน 45 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 17.96 ตารางกิโลเมตร โดยพื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นภูเขา มีพื้นที่ราบประมาณ 30% ของตัวเกาะ และมีประชากรในพื้นที่ประมาณ 1,723 คน แต่ไฟฟ้าไม่พอใช้

เกาะเต่าถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เนื่องจากมีจุดดำน้ำที่สวยงาม มีโรงแรม รีสอร์ทจำนวนมาก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของพื้นที่นี้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยสถิติความต้องการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2547 อยู่ที่ 620 กิโลวัตต์ ต่อมาอีก 10 ปีอยู่ที่ 4.55 เมกะวัตต์ และในปี 2559 อยู่ที่ 5.94 เมกะวัตต์ โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดมักอยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ประมาณช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค. โดยสถิติการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของปี 2560 นี้ อยู่ที่ 5.77 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2560 (ข้อมูล ณ วันที่ 23 พ.ค. 2560)

จะเห็นได้ว่าค่าตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ของเกาะเต่ามีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องมากขึ้นแบบก้าวกระโดดทุกปี ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาบนเกาะเต่าประมาณ 1 ล้านคน/ปี แต่จากข้อมูลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กลับพบว่าความสามารถในการ จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ (มีมิเตอร์ตามผู้ใช้ไฟ 2,411 คน ทั้งๆ ที่ประชากรที่ถูกต้องตามกฎหมายมีเพียง 1,723 คน) ได้ประมาณ 6 เมกะวัตต์ แต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจริงๆ จะอยู่ที่ประมาณ 10 เมกะวัตต์ แปลว่าอีก 4 เมกะวัตต์ โรงแรมต้องปั่นไฟเอง โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่น ทำให้โรงแรม รีสอร์ทต่างๆ ต้องผลิตไฟฟ้าใช้ด้วยตัวเอง ต้องใช้เครื่องยนต์ดีเซลปั่นไฟใช้เพิ่มเติม ซึ่งนอกจากจะไม่เพียงพอแล้ว ต้นทุนก็สูงมากด้วย โดยปัจจุบันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ กฟภ.อยู่ที่ 15 บาท/หน่วย และแถมมีข้อจำกัดที่ว่าค่าไฟฟ้าขายจะต้องเท่ากับของค่าไฟฟ้าบนฝั่ง ทำให้ในแต่ละปี กฟภ.ต้องแบกรับภาระการขาดทุนประมาณเกือบ 300 ล้านบาท

ดังนั้น สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จึงได้ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เตรียมการจัดทำแผนพลังงาน ริเริ่มนโยบายทางเลือกในการดำเนินโครงการสมาร์ทไมโครกริด เพื่อให้เกาะเต่ามีระบบผลิตไฟฟ้าบนเกาะเอง เพื่อให้คนในพื้นที่เกาะเต่ามีไฟฟ้าใช้ สอดคล้องกับการเติบโตของพื้นที่ ซึ่งในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เสริมด้วยการขยายโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงใต้น้ำ (เคเบิลซับมารีน) จะเข้ามาถึง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คนในพื้นที่มีไฟฟ้าใช้ ส่งผลให้เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของประเทศมีการเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง

สำหรับระบบสมาร์ทไมโครกริด (Smart Micro Grid) จะเป็นการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ตั้งแต่ภาคการผลิตไฟฟ้า (Generation) การส่งไฟฟ้า (Transmission) การจำหน่ายไฟฟ้า (Distribution) และการ ใช้ไฟฟ้า (Consumption) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปสู่การให้บริการด้านไฟฟ้าที่มีความน่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันประเทศไทยมีโครงการด้านระบบ สมาร์ทกริดที่ดำเนินการภายใต้ สนพ. โดยได้มีการดำเนินงานด้าน สมาร์ทกริดไปแล้วในระดับหนึ่ง มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่างๆ ตั้งแต่หน่วยของรัฐด้านนโยบาย หน่วยงานด้านการไฟฟ้า หน่วยงานด้านการกำกับดูแลกฎระเบียบ ภาคอุตสาหกรรม ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ไปจนถึงสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยต่างๆ

นอกจากนี้ ในเดือน ก.พ. 2558 ได้มีประกาศใช้แผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทยปี 2558-2579 อย่างเป็นทางการ และได้มีการจัดทำร่างแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทยในระยะสั้น เพื่อผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทฯ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีกรอบเวลาครอบคลุม ในปี 2560-2564 อีกทั้งยังช่วยให้ระบบไฟฟ้าสามารถรองรับพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนที่มากขึ้นได้ เช่น การนำระบบพยากรณ์ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Forecast : REF) หรือระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage Systems : ESS) เข้ามาประยุกต์ใช้ เป็นต้น ภายใน 5 ปีข้างหน้านี้

ทั้งหมดที่กระทรวงพลังงาน เดินหน้าพัฒนาระบบสมาร์ทกริด และระบบไฟฟ้าในอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยทั่วทุกพื้นที่อย่างน้อย 99.99% ได้มีไฟฟ้าใช้ n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท