
เทงบ8พันล.แก้น้ำท่วม ยกระดับอีสานสู่มิติใหม่
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ ที่ จ.นครราชสีมา ได้เห็นชอบโครงการสำคัญ อาทิ แผนงาน โครงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย และภัยแล้ง 8 พื้นที่เสี่ยง และแผนพัฒนาอีสาน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ ที่ จ.นครราชสีมา ได้เห็นชอบโครงการสำคัญ อาทิ แผนงาน โครงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย และภัยแล้ง 8 พื้นที่เสี่ยง และแผนพัฒนาอีสาน
ทั้งนี้ โครงการบริหารจัดการน้ำฯ นั้น จะใช้งบทั้งสิ้น 8,820 ล้านบาท จำนวน 348 โครงการ โดยมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 5.49 แสนไร่ โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดังนี้ กรมชลประทาน 160 โครงการ งบประมาณ 6,880 ล้านบาท กรมทรัพยากรน้ำ 8 โครงการ งบประมาณ 1,130 ล้านบาท และกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย 180 โครงการ งบประมาณ 810 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมเสนอแผนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 3,571 ล้านบาท แบ่งเป็น กรมการขนส่ง ทางบก 1 แห่ง งบประมาณ 9.4 ล้านบาท กรมทางหลวง 119 สายทาง งบประมาณ 2,633 ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท 147 สายทาง งบประมาณ 929 ล้านบาท ซึ่งในที่ประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีได้สั่งการสองเรื่อง คือ เวลาซ่อมเส้นทางขอให้หน่วยงานด้านแผน การพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ "กอบศักดิ์ ภูตระกูล" ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบแผนการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 มียุทธศาสตร์ การขับเคลื่อนที่สำคัญรวม 5 เรื่อง ซึ่งประกอบด้วย 1.การบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน 2.แผนแก้ปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
ในส่วนยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างความเข้มแข็งของฐานเศรษฐกิจภายในควบคู่กับการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีแผนงานสำคัญ ทั้งการสร้างความมั่นคงทางการเกษตร การพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ให้เป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง 4.เป็นการใช้โอกาสจากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักภาคกลาง และ พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อพัฒนาเมือง และพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ของภาค ทั้งการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เร่งพัฒนาโครงข่ายระบบการคมนาคมขนส่ง ภายในภาค และพัฒนาเมืองสำคัญ คือ นครราชสีมา และขอนแก่น
สำหรับยุทธศาสตร์ที่ 5 เป็นการพัฒนาความร่วมมือและใช้ประโยชน์จากข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจฐานรากตามแนวชายแดน และแนวระเบียงเศรษฐกิจ มีงานสำคัญ ทั้งการพัฒนาด่านชายแดน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงชายแดน และพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติ (สศช.) ตั้งเป้าหมายว่า หากทำได้สำเร็จครบทุกเรื่องตามแผนดังกล่าว จะช่วยพัฒนาภาคอีสานไปสู่มิติใหม่ ด้วยการยกระดับให้ภาคอีสานเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาค ลุ่มน้ำโขง
นอกจากนี้ ครม.ยังได้เห็นชอบแผนปฏิบัติการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2561 จำนวน 185 โครงการ งบประมาณ 1,399 ล้านบาท
งานนี้ปิดท้ายที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงว่า มีความรู้สึกที่ดีกับชาวอีสาน และได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาต่างๆ จึงขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้มา
"ยังมีประชาชนยื่นหนังสือให้ กำลังใจรัฐบาล พร้อมขอให้ผมเป็น นายกรัฐมนตรีตลอดไป แต่เรื่องนี้ผมไม่รับ เพราะจะเป็นการหาเรื่อง ผมอยากขอบคุณและดีใจที่ได้มา ผมไม่ได้ต้องการว่าท่านจะสนับสนุนผมหรือไม่ ผมประทับใจทุกอย่างที่เป็นโคราช" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทิ้งท้าย







