
ไอบีเอ็มขยายฐานเจาะธุรกิจภูมิภาค
เทรนด์ที่เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่งในวงการไอทีไทยคือ การขยายฐานออกสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น....
เทรนด์ที่เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่งในวงการไอทีไทยคือ การขยายฐานออกสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น....
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
เทรนด์ที่เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่งในวงการไอทีไทยคือ การขยายฐานออกสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น ปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมมีหลายส่วนด้วยกัน ทั้งคุณภาพและความครอบคลุมของเครือข่ายในประเทศที่สามารถรองรับการเติบโตของระบบไอทีได้แล้ว จากเดิมที่กระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพฯ เป็นหลัก รวมถึงการเริ่มอิ่มตัวของตลาดเมืองหลวงและปริมณฑล ทำให้ผู้ให้บริการไอทีต้องเร่งหาตลาดใหม่และเริ่มสร้างฐานกำลังของตัวเอง ทั้งยังมีผลกระทบจากเหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่า การพึ่งพาตลาดหลักเพียงแห่งเดียวอาจกระทบยอดรายได้ของบริษัท
สิ่งที่เห็นก่อนเลยคือ ตลาดผู้บริโภคมีการขยับตัวก่อนแล้ว การให้น้ำหนักยอดขายภูมิภาคเริ่มเพิ่มมากขึ้น มีการเน้นแผนการตลาดมากขึ้น ที่ผ่านมาหนึ่งในนั้นคือ ไมโครซอฟท์ ที่เริ่มเปิดตลาดซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ไปยังเชียงใหม่ ตลาดที่หลายคนเชื่อว่าจะเป็นศูนย์กลางภาคเหนือ รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับประเทศใกล้เคียง อย่าง พม่า ลาว และอาจต่อไปถึงจีนตอนใต้ได้อีกด้วย
ในฟากตลาดองค์กร ไอบีเอ็มเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีรายแรกที่กระโดดเข้าไปตั้งสำนักงานสาขาที่เชียงใหม่ตั้งแต่ ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเป็นแผนการขยายบริการไปยังระดับภูมิภาคที่มีในทุกประเทศในภูมิภาคนี้ รวมถึงตะวันออกกลางและละตินอเมริกา เพราะกลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีการเติบโตสูง และไอบีเอ็มมีการลงทุนในประเทศเหล่านี้เพิ่มขึ้น 10% รวมถึงประเทศไทยด้วย
ทิม วอง รองประธานกลุ่มธุรกิจทั่วไป ไอบีเอ็ม อาเซียน เปิดเผยว่า การคัดเลือกตลาดนอกเขตเมืองหลวงจะดูจากจำนวนประชากร อัตราการเติบโตของจีดีพีและศักยภาพการเติบโต การลงทุนด้านไอที|ซึ่งสำหรับประเทศไทยมีโอกาสมาก เห็นได้ชัดว่าการลงทุนด้านไอทีในภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมีสัดส่วน 50% จากการลงทุนไอทีทั้งประเทศ ซึ่งเป้าหมายของไอบีเอ็มในเบื้องต้น เชียงใหม่เป็นสำนักงานสาขาแห่งแรกและจะพัฒนาขึ้นเป็นสำนักงานสาขาเต็มประสิทธิภาพในปี 2555 เป้าหมายต่อไปคือ นครราชสีมา ที่จะพัฒนาให้เต็มในปี 2556 จากนั้นจังหวัดอื่นๆ จะตามมา เช่น ชลบุรี หรือพัทยา หาดใหญ่ และสุราษฎร์ธานี
สำหรับเชียงใหม่ หากมีการพัฒนาระบบไอทีให้อุตสาหกรรมต่างๆ มีโอกาสยกระดับขึ้นเป็นครีเอทีฟซิตีภายใน 5 ปี โดยเน้นด้านการแพทย์ การขนส่ง และดิจิตอลมีเดีย เป็นหลัก ซึ่งไอบีเอ็มเป็นหนึ่งในกรรมการพัฒนาเชียงใหม่ครีเอทีฟซิตีอยู่แล้ว ยิ่งเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยว โอกาสดึงคนต่างประเทศให้เดินทางมาเพื่อเข้ารับการรักษา (Medical Tourism) หากมีมาตรฐานทางการแพทย์ที่ดีและค่าใช้จ่ายไม่สูง ซึ่งไอบีเอ็มได้เริ่มต้นวางระบบกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่แล้ว เพื่อช่วยให้การทำงานเป็นระบบไอที การจัดเก็บข้อมูลทุกประเภทเป็นแบบดิจิตอล ซึ่งหากขยายไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ ในจังหวัดใกล้เคียงจะช่วยให้การส่งผ่านข้อมูล การขอคำปรึกษา การศึกษาแนวทางการรักษา ทำได้อย่างเป็นระบบและรวดเร็วมากขึ้น
ปัจจุบัน โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ มีการปรับปรุงบริการอย่างต่อเนื่อง สามารถให้บริการได้รวดเร็ว ลดอัตราการเสียชีวิตและเพิ่มความพึงพอใจให้ผู้ป่วยได้มากจนได้รับรางวัล United Nations Public Service Awards 2009 สาขาปรับปรุงการให้บริการ โดยมีการพัฒนาบริการใหม่ๆ นอกจากการจัดฐานข้อมูลผู้ป่วย ยังมีการลงทะเบียนออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต มีการใช้ระบบเอสเอ็มเอสและคอลเซ็นเตอร์รองรับการส่งต่อผู้ป่วยไปโรงพยาบาลในเครือข่าย 17 จังหวัด
นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าระบบไอทีและเทคโนโลยีมาช่วยให้การทำงานของโรงพยาบาลง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นให้น้อยลง พัฒนาสู่ความเป็นสมาร์ตเฮลท์แคร์ ซึ่งต่อไปจะเชื่อมเข้ากับธุรกิจประกัน เป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลได้อีกด้วย
อีกหนึ่งลูกค้ารายใหญ่ของไอบีเอ็มคือ บริษัทในเครือนิ่มซี่เส็ง มีธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งลีสซิง ขนส่งและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีการลงทุนนำระบบไอทีเข้ามาใช้ในการเชื่อมต่อฐานข้อมูลระหว่างสำนักงานใหญ่กับสำนักงานสาขา การจัดเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจแบบเรียลไทม์ โดยนิ่มซี่เส็งถือเป็นเจ้าของส่วนแบ่งตลาดอันดับต้นๆ ในธุรกิจภูมิภาค ดังนั้นการเริ่มต้นลงทุนระบบไอทีจึงมีนัยสำคัญที่จะเสริมให้รายอื่นๆ ในตลาดเริ่มมีการใช้ไอทีกันมากขึ้น
เฉพาะธุรกิจลีสซิง การนำไอทีเข้ามาจัดการระบบและช่วยวิเคราะห์ก่อนให้สินเชื่อ ทำให้บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อรายย่อยได้มากขึ้น แต่อัตราหนี้เสียกลับลดลง แม้เศรษฐกิจจะมีการชะลอตัวก็ตาม ขณะที่ธุรกิจขนส่ง ระบบไอทีช่วยในการจัดการข้อมูลสินค้า ตรวจสอบทุกขั้นตอนได้ดียิ่งขึ้น สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงไป
ตลาดที่เริ่มต้นลงทุนระบบไอทีไปแล้วมีทั้งภาคการศึกษา การแพทย์ และอุตสาหกรรมการผลิต ต่อไปไอบีเอ็มจะมุ่งไปยังการท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงแรม ซึ่งเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่แล้ว รวมถึงค้าปลีกในระดับภูมิภาคที่ยังมีช่องว่างให้เข้าไปทำตลาดได้ และการมีสำนักงานสาขาทำให้การบุกทำได้ง่าย มี ความน่าเชื่อถือ ลูกค้ามั่นใจมากขึ้นว่าเมื่อมีปัญหาก็สามารถติดต่อได้ทันที เป็นหนึ่งในกลยุทธ์เจาะตลาดต่างจังหวัดที่ไอบีเอ็มเริ่มก่อนผู้ให้บริการไอทีรายอื่น







