
ไล่บี้หนี้นอกระบบไม่ง่าย
กนกวรรณ บุญประเสริฐ การจัดการปัญหาความยากจนลดความเหลื่อมล้ำ ถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ในไส้ของปัญหาดังกล่าวมีเรื่องการแก้หนี้นอกระบบ ที่พบจากข้อมูลการลงทะเบียนรับสวัสดิการของรัฐปี 2560 ล่าสุดว่า มียอดผู้ลงทะเบียนที่แจ้งว่ามีปัญหาหนี้นอกระบบอยู่ 1.3 ล้านราย คิดเป็นมูลหนี้รวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท
กนกวรรณ บุญประเสริฐ
การจัดการปัญหาความยากจนลดความเหลื่อมล้ำ ถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ในไส้ของปัญหาดังกล่าวมีเรื่องการแก้หนี้นอกระบบ ที่พบจากข้อมูลการลงทะเบียนรับสวัสดิการของรัฐปี 2560 ล่าสุดว่า มียอดผู้ลงทะเบียนที่แจ้งว่ามีปัญหาหนี้นอกระบบอยู่ 1.3 ล้านราย คิดเป็นมูลหนี้รวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท
ที่ผ่านมามีการเปิดลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบมาหลายรัฐบาลแต่ยังไม่สำเร็จ ย้อนไปในปี 2552 กรมบัญชีกลางรายงานตัวเลขลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชนว่ามีลูกหนี้นอกระบบทั้งหมด 1.18 ล้านราย คิดเป็นมูลนี้ 1.23 แสนล้านบาท
ผลการเจรจาพบว่า มีการปล่อยสินเชื่อเพื่อโอนหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบจากผู้ลงทะเบียนและประสงค์ขอกู้เงิน 7.5 แสนราย สามารถช่วยได้เพียง 4.5 แสนราย เหลืออีก 3 แสนรายที่อาจมีปัญหาด้านแหล่งรายได้ไม่ชัดเจน ส่วนลูกหนี้ที่เหลือขอยุติเรื่องไปกับเจรจาแล้วไม่สำเร็จ
และในปี 2554 รัฐบาลยังมี นโยบายจะเปิดให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบเข้ามาลงทะเบียนเพิ่มเติมอีกรอบหนึ่ง ซึ่งการ แก้ปัญหาหนี้ระบบได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอย่าง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. และธนาคารออมสิน ถูกใช้ให้ปล่อยสินเชื่อแก้หนี้นอกระบบมาโดยตลอด
มาในรัฐบาลปัจจุบันของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มี อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ เป็น รมว.คลัง เห็นชอบเรื่องการแก้หนี้นอกระบบแบบบูรณาการ ภายใต้แนวคิด ขจัดหนี้นอกระบบเป็นศูนย์ ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายฝีมือคนทำงานมาก
เพราะโมเดลในการแก้หนี้ไม่ แตกต่างจากเดิมมากนัก เริ่มจากการลงทะเบียนแล้วดึงคณะกรรมการ ไกล่เกลี่ยเข้ามาช่วยเจรจา ดึงแบงก์รัฐ คือ ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ปล่อยกู้แก้หนี้นอกระบบ มีวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ล่าสุดปล่อยได้ 3,000 ล้านบาท แต่หากเต็มวงเงินแล้วเชื่อว่าธนาคารแต่ละแห่งก็พร้อมจะต่อยอดเอง โดยมีเงื่อนไขคนที่จะได้สินเชื่อต้องผ่านการอบรมอาชีพและปรับทัศนคติเสียก่อน
แต่มีประเด็นที่น่าสนใจเมื่อกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยรอบนี้จับมือกันแก้ปัญหาแบบลงลึกถึงต้นตอ มีการปราบปรามเจ้าหนี้นอกระบบ เพิ่มบทลงโทษให้รุนแรง และเปิดให้เจ้าหนี้กลับใจมาขอตั้งเป็นบริษัทปล่อยสินเชื่อได้ภายใต้โครงการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้กำกับ หรือพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งล่าสุดมียอดผู้ประกอบการเข้ามาขอทำพิโกไฟแนนซ์จากทั่วประเทศมากถึง 350 ราย และได้พิจารณาให้ใบอนุญาตไปแล้วกว่า 120 ราย ถือว่ามีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ
ทำให้ในเรื่องแหล่งเงินในการแก้ปัญหารอบนี้มีทั้งจาก 2 แบงก์รัฐ รวมกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท เพราะ ธ.ก.ส.เพิ่มยอดปล่อยสินเชื่อเป็น 1 หมื่นล้านบาทแล้ว มีสินเชื่อจากพิโกไฟแนนซ์ และล่าสุดกองทุนหมู่บ้าน เตรียมหารือกระทรวงการคลัง ขอให้กองทุนหมู่บ้านที่มีความเข้มแข็ง ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนหลายพันหมู่บ้าน ซึ่งมีเงินทุนหมุนเวียนหลายสิบล้านบาทต่อทุน สามารถเข้ามาปล่อยสินเชื่อเพื่อแก้หนี้นอกระบบได้ด้วย และกรณีที่เงินไม่พอจะขอให้แบงก์รัฐปล่อยกู้เสริมให้กองทุนหมู่บ้านได้อีกแรงหนึ่งด้วย
อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นนิมิตหมายที่ดีของโครงการนี้ เมื่อพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ประทานข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและปัญหาแชร์ลูกโซ่ ในการประชุมร่วมกับกระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทยว่า ที่ผ่านมาสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดระยอง ได้แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและแนะนำลูกหนี้เข้าสู่ในระบบ ผ่าน ธ.ก.ส.และธนาคารออมสิน อย่างไรก็ดีทรงเน้นย้ำการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและปัญหาทางการเงินในเชิงป้องกัน ได้แก่ การส่งเสริมความรู้พื้นฐาน การวางแผนทางการเงิน การให้ความรู้ในการประกอบอาชีพ ส่งเสริมให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาใช้ในการดำเนินชีวิต ซึ่งจะช่วยลดปัญหาต่างๆ ของประชาชนได้อย่างมาก
ซึ่งกระทรวงการคลังได้ลงพื้นที่เพื่อจัดสัมมนาเรื่องนี้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง มี รมว.คลัง ไปมอบใบอนุญาตพิโกไฟแนนซ์ และที่ในการประชุม ครม. วันนี้น่าจะมีการออกมาตรการที่มาเสริมเรื่องการแก้หนี้นอกระบบด้วย
ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ยอดหนี้นอกระบบเพิ่มขึ้นสูงสุดในปี 2559 มากถึง 85% ของจีดีพี สาเหตุที่หนี้เพิ่มเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ราคาน้ำมันตกต่ำ ส่งผลถึงราคาสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ยาง ปาล์ม ลดลงกระทบต่อรายได้เกษตรกรและสมาชิกในครอบครัว ซึ่งมีจำนวนกว่า 20 ล้านราย มีรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย ประกอบกับการส่งออกติดลบ กระทบมนุษย์เงินเดือนไม่ได้ขึ้นเงินเดือน ไม่มีโบนัสมาหลายปี และบางรายกระทบถึงขั้นถูกเลิกจ้าง ส่งผลกระทบต่อรายได้ ความสามารถในการชำระหนี้
ทั้งนี้ จากผลการสำรวจพบว่า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว คนก็ไม่ได้ก่อหนี้เพิ่ม แต่ปัญหาหนี้นอกระบบที่ยังมากอยู่ เกิดจากยอดคงค้างของหนี้เก่าที่ลูกหนี้ไม่มีรายได้มากพอที่จะสลัดภาระหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงถึง 20% ต่อเดือนออกไป
วิธีการที่รัฐบาลทำถือว่ามาถุูกทางแล้ว ที่พยายามหาแหล่งเงินแหล่งใหม่ที่มีภาระดอกเบี้ยต่ำกว่าในการกู้เพื่อเอาไปใช้หนี้ก้อนเก่าที่ดอกเบี้ยแพง หรือเรียกว่าการปรับโครงสร้างหนี้ และพยายามหาทางฟื้นฟูลูกหนี้ด้วยการดึงเข้าโครงการอบรม ปรับทัศนคติเสียใหม่ และมีการออกสวัสดิการของรัฐให้กับคนที่มาลงทะเบียนจะได้รับสิทธิในการลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทางต่างๆ
ทั้งนี้ เชื่อว่ากระบวนการแก้หนี้นอกระบบผ่านมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล จะต้องใช้เวลาในการขับเคลื่อนเพื่อให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลาย น่าจะส่งผลให้ตัวเลขหนี้นอกระบบลดอย่างมีนัยสำคัญได้ภายใน 1-2 ปีจากนี้
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาถึงความพยายามของภาครัฐในเรื่องการหามาตรการบรรเทาผลกระทบ การแก้ปัญหาที่ลงลึกถึงต้นตอ ทั้งเรื่องการปราบเจ้าหนี้ การเพิ่มแหล่งเงินในการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว การส่งออกปรับตัวดีขึ้น ราคาสินค้าเกษตรหลายตัวดีขึ้น เช่น ข้าว น่าจะส่งผลดีเอื้อต่อการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ แต่การที่ลดหนี้นอกระบบให้เหลือศูนย์เชื่อว่ายังทำได้ยากท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว n







