
ครม.สัญจรจัดหนัก ฟื้นเศรษฐกิจอีสาน
กกกกกกกกกกกกกกกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 21-22 ส.ค. โดยภารกิจหลักในวันที่ 21 ส.ค. เป็นประธานมอบเอกสารสิทธิเพื่อเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินให้กับสถาบันเกษตรกร 2 แห่ง และตัวแทนเกษตรกรรุ่นใหม่ 10 ราย โดยที่ดินดังกล่าวยึดจากนายทุนที่ครอบครองที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 36/2559 รวม 2,095 ไร่
กกกกกกกกกกกกกกก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 21-22 ส.ค. โดยภารกิจหลักในวันที่ 21 ส.ค. เป็นประธานมอบเอกสารสิทธิเพื่อเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินให้กับสถาบันเกษตรกร 2 แห่ง และตัวแทนเกษตรกรรุ่นใหม่ 10 ราย โดยที่ดินดังกล่าวยึดจากนายทุนที่ครอบครองที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 36/2559 รวม 2,095 ไร่
ทั้งนี้ สหกรณ์ที่ได้รับมอบเอกสารสิทธิครั้งนี้ คือสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินปากช่อง (คทช.) มีสมาชิก 85 ราย และสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินครบุรี (คทช.) มีสมาชิก 60 ราย ได้สิทธิทำกินคนละ 6 ไร่ เป็นที่อาศัย 1 ไร่
นอกจากนี้ ได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ผู้แทนภาคเอกชน และ ผู้บริหารท้องถิ่น โดยได้หารือแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้เป็น "ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง" ทั้งการบริหารจัดการน้ำ ให้เพียงพอต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อม กทม. อีอีซี การยกระดับสินค้าโอท็อป สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก เชื่อมโยงเศรษฐกิจตามแนวชายแดน และแนวระเบียงเศรษฐกิจ EWEC (ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร) เหนือ-ใต้ (ระยอง นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย)
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม.สัญจร วันที่ 22 ส.ค.นี้ กระทรวงคมนาคมจะเสนอ ครม.อนุมัติ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.การปรับแผนก่อสร้างทางยกระดับรถไฟทางคู่จุดตัดนครราชสีมา 2.โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ในส่วนของสัญญาควบคุมงานและสัญญาการออกแบบ 3.เสนอ ครม.อนุมัติให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน (พีพีพี) มอเตอร์เวย์ บางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี และ 4.โครงการฟื้นฟูถนนที่ได้รับผล กระทบจากอุทกภัย รวม 3,500 ล้านบาท
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เป็นประธานแจกใบอนุญาตพิโกไฟแนนซ์ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพิ่มเติม 5 ราย ทำให้ตอนนี้มีพิโกไฟแนนซ์ใน จ.นครราชสีมา จำนวน 11 ราย จากยื่นทั้งหมด 30 ราย เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของ ภาครัฐให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีหนี้นอกระบบ 1.3 ล้านคน มูลหนี้ 7 หมื่นล้านบาท ส่วนนี้จะทำการแก้ปัญหาในเชิงรุก โดยให้เจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่หาลูกหนี้เพื่อเจรจาปรับโครงสร้างหนี้เข้ามาในระบบ โดยทั้งสองธนาคารมีวงเงินให้กู้ฉุกเฉินรวม 1 หมื่นล้านบาท
อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมสถาน ประกอบการและมอบสินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐใน จ.นครราชสีมา โดยมีเอสเอ็มอียื่นขอ สินเชื่อตามแนวประชารัฐ วงเงินรวม 3,000-4,000 ล้านบาท โดยมอบสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ 62 ราย ประกอบด้วย สินเชื่อฟื้นฟูเอสเอ็มอีจากอุทกภัยและภัยภิบัติ 10 ราย สินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ 12 ราย สินเชื่อเอสเอ็มอี ทรานส์ฟอร์เมชั่น โลน 12 ราย เงินทุนฟื้นฟูวิสาหกิจขนาดย่อม 28 ราย วงเงินรวม 111 ล้านบาท ส่วนภาพรวมการขอสินเชื่อของเอสเอ็มอีใน จ.นครราชสีมา ปัจจุบันมีจำนวน 400 ราย อนุมัติแล้ว 40 ล้านบาท
นอกจากนี้ ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมในภาคอีสานเพิ่มขึ้น พร้อมยกระดับนิคมฯ ให้รองรับเอสเอ็มอีมากขึ้น สร้างโรงงานต้นแบบโรงงานเอสเอ็มอีและมีห้องปฏิบัติการ โดยขณะนี้ กนอ.ได้ร่วมกับเอกชนในพื้นที่พัฒนานิคมอุตสาหกรรมใหม่จำนวน 3 แห่ง จ.อุดรธานี มุกดาหาร และหนองคาย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวในตอนท้ายของการประชุมว่า การรักษาความสงบสุขในสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการพัฒนาภาคอีสาน หากประชาชนภายในประเทศขัดแย้งกันเองก็จะทำให้ประเทศเกิดความเสียหายและไม่สามารถพัฒนาประเทศไปตามที่ต้องการได้ ดังนั้นทุกคนจำเป็นต้องร่วมมือกันในการหาแนวทางพัฒนาที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาประเทศได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน







