posttoday
ศาลยืนคำสั่งระงับประมูล3G

ศาลยืนคำสั่งระงับประมูล3G

23 กันยายน 2553

ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลาง ให้กทช.ระงับประมูลใบอนุญาต 3G

ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลาง ให้กทช.ระงับประมูลใบอนุญาต 3G

นายพรชัย มนัสศิริพเพ็ญ ตุลาการเจ้าของสำนวนคดีศาลปกครองสูงสุด กรณี 3 จี ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองกลางที่มีคำสั่ง เมื่อวันที่ 16 ก.ย.  คุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวให้ระงับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อ การประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไอเอ็มที ย่าน 2.1 กิกะเฮิร์ตซ และการดำเนินต่อไปตามประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  (กทช.)  เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไอเอ็มที ย่าน 2.1 กิกะเฮิร์ตซ จนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น  ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.เป็นต้นไป

ทั้งนี้ แม้ กทช.จะยื่นอุทธรณ์ว่าการจัดสรรคลื่นดังกล่าวเป็นคลื่นโทรคมนาคมตามที่กรมไปรษณีย์โทรเลขได้ประกาศไว้เดิม  และสอดคล้องกับตารางกำหนดความถี่วิทยุแห่งข้อบังคับของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) แต่พ.ร.บ.องค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง  วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543  ได้กำหนดให้คณะกรรมการร่วม หรือ กสทช.มีอำนาจจัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่และตารางกำหนดคลื่นความถี่แห่งชาติ ตลอดจนจัดสรรคลื่นความถี่ ระหว่างคลื่นความถี่ที่ใช้ในกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และกิจการวิทยุโทรคมนาคม

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า  ยังไม่มี กสทช.  การจัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่และตารางกำหนดคลื่นความถี่แห่งชาติ  ตลอดจนจัดสรรคลื่นความถี่ระหว่างคลื่นความถี่ที่ใช้ในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการวิทยุโทรคมนาคมจึงไม่เกิดขึ้น  ดังนั้น การกำหนดนโยบายและจัดทำแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคมและแผนความถี่วิทยุของ กทช. จึงมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย  ด้วยเหตุนี้ การออกประกาศของ กทช. จึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว

กรณีที่ 2 การให้กฎดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขให้ภายหลังหรือไม่  ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า  เมื่อยังไม่มีการประมูลและยังไม่มีการออกใบอนุญาตให้ผู้ชนะการประมูล  ดังนั้น  การที่ศาลจะมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามกฎต่อไป จึงมีผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องไม่มากนัก  เนื่องจากมีผู้มีสิทธิเข้าร่วมประมูลเพียง 3 ราย 

หากให้มีการประมูลล่วงเลยไปจนถึงขั้นตอนการออกใบอนุญาตให้ผู้ชนะการประมูล และต่อมาศาลมีคำวินิจฉัยว่า  การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายที่มากกว่า  และยากกว่าในการเยียวยาแก้ไขภายหลัง  โดยอาจเกิดกรณีฟ้องร้องเกี่ยวกับผลการประมูล  ทำให้เกิดปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนตามมา  ดังนั้น ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากไม่มี 3 จี จึงเป็นเพียงการคาดการณ์ของกทช.เท่านั้น

กรณีที่ 3 การให้ทุเลาการบังคับตามกฎเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานของรัฐหรือแก่การบริการสาธารณะหรือไม่  ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า  ในปัจจุบันการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ  2จี ได้มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ  อีกทั้ง กทช. ได้ยอมรับว่าในระยะแรกการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3จี  ทำได้เพียงโครงข่ายขนาดเล็ก ไม่สามารถครอบคลุมได้ทั่วประเทศ และการจะครอบคลุมทั่วประเทศต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 4 ปี จึงเห็นได้ว่าการที่ขณะนี้ยังไม่มีการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ3 จี  จึงไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่การบริการสาธารณะแต่อย่างใด

การที่ กทช.อ้างว่าหากไม่มีการประมูลนี้จะต้องใช้เวลา 3-4 ปีในการตั้งกสทช.  เป็นเพียงการคาดการณ์เองของกทช. ซึ่งกสทช.ยังไม่รู้ว่าจะตั้งได้เมื่อไร  และเมื่อถึงเวลานั้นการประมูล 3 จี อาจไม่จำเป็น เพราะมีเทคโนโลยีใหม่แล้ว

นอกจากนี้  แม้การดำเนินกิจการตามอำนาจหน้าที่ของ กทช. จะเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ  แต่การดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะก็ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความชอบด้วยกฎหมายด้วย

สำหรับ องค์คณะที่พิจารณาคดีนี้ นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล  ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด  นายไพบูลย์  เสียงก้อง  ตุลาการศาลปกครองสูงสุด  นายสุเมธ  รอยกุลเจริญ  ตุลาการศาลปกครองสูงสุด  นายสุชาติ  มงคลเลิศลพ  ตุลาการศาลปกครองสูงสุด  และ ชนายพรชัย  มนัสศิริเพ็ญ  ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

ด้านนายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ  ประธาน กทช. กล่าวว่า เสียใจแทนประชาชนที่ไม่ได้ใช้ 3 จี เพราะคลื่นความถี่หากไม่ถูกนำมาใช้ก่อจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์  และ ศาลต้องตอบประชาชนให้ได้ว่าเหตุใดที่ผ่านมากทช.จึงมีอำนาจในการจัดสรรคลื่นความถี่ที่เกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคม 

ขณะที่นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ กล่าวว่า จะเร่งแผนรองรับ 3 จี ด้วยการอนุมัติให้ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค และ ทรูมูฟให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม  (เอชเอสพีเอ) ให้เร็วที่สุด และยืนยันว่าการฟ้องครั้งนิ้ไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน

นอกจากนี้ นายพนา ทองมีอาคม กรรมการ กทช. กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลที่ออกมายืนสั่งคุ้มครองต่อไปนั้น ตนในฐานะกรรมการ กทช.เราน้อมรับคำตัดสินของศาลที่ออกมา ดังนั้นสิ่งต่างๆ ที่ กทช.ได้ดำเนินการมาทั้งหมดเราถือว่า ได้ทำดีที่สุดแล้ว

โดยหลังจากนี้ คณะกรรมการ กทช.คงจะต้องไปประชุมหารือกันถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เราได้ดำเนินการมา ว่า จะต้องมีการดำเนินการสั่งยกเลิกในเรื่องใดบ้าง  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการติดตั้งสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะกิจกรรมการประมูลที่เราได้วางแผนเอาไว้ ส่วนกรณีที่ตำแหน่งกรรมการ กทช.ที่จะหมดวาระลงในสิ้นเดือนนี้  3 คน ตนเห็นว่า ไม่น่าจะมีปัญหาเพราะกรรมการทั้ง 3 คน ยังสามารถทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งหน้าที่ต่อไปได้อีก แต่สิ่งที่เราจะต้องดำเนินการหลังจากนั้นต่อไป คือการวางกรอบการดำเนินงานต่างๆ กทช.จำเป็นจะต้องมาหารือกันอีกครั้งว่า จำเป็นจะต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขอย่างไรบ้าง รวมถึงวิธีปฏิบัติงานทั้งหมดเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ

"การพูดคุยในช่วงบ่ายของวันนี้ กรรมการ กทช.คงจะต้องมาหารือถึงการทบทวนการทำหน้าที่ของ กทช.หลังจากนี้ว่าควรจะต้องกำหนดบทบาทหน้าที่ของตนเองอย่างไร รวมทั้งสิ่งที่ กทช.ได้ดำเนินการมาทั้ง รวมถึงการประกาศยกเลิกที่จะเกิดขึ้น คณะกรรมการ กทช.คงจะต้องหารือว่าหากมีการยกเลิกเกิดขึ้นแล้วจะทำอย่างไรที่จะทำให้ประเทศชาติได้รับความเสียหายน้อยที่สุด" นายพนา กล่าว 

บรรยากาศที่ศาลปกครองสูงสุดซึ่งมีตัวแทนกทช.และกลุ่มพนักงานกสท.เดินทางมาร่วมฟังคำตัดสิน
ภาพ : ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ

ศาลยืนคำสั่งระงับประมูล3G

 

ศาลยืนคำสั่งระงับประมูล3G

 

ศาลยืนคำสั่งระงับประมูล3G

 

ศาลยืนคำสั่งระงับประมูล3G

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท