
โรงแรมดี ตามที่หวัง
เจียรนัย อุตะมะ ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) กลุ่มท่องเที่ยวและสันทนาการ ซึ่ง บจ.ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจโรงแรมมีกำไรสุทธิรวมกัน 1,901 ล้านบาท แม้จะลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่แนวโน้มไตรมาส 2 ได้เริ่มฟื้นตัวจากกำไร 271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เจียรนัย อุตะมะ
ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) กลุ่มท่องเที่ยวและสันทนาการ ซึ่ง บจ.ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจโรงแรมมีกำไรสุทธิรวมกัน 1,901 ล้านบาท แม้จะลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่แนวโน้มไตรมาส 2 ได้เริ่มฟื้นตัวจากกำไร 271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป หรือ ERW โดดเด่นที่สุด มีกำไร 57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 235% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งแรกของปีมีกำไร 265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% ทั้งนี้แม้ว่า รายได้เริ่มเข้าใกล้เป้าหมายเติบโต 10%
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส วิเคราะห์ว่า ERW ประกาศกำไรไตรมาส 2 ดีกว่าคาด ขณะที่ไตรมาส 3 คาดว่าจะสดใสต่อเนื่อง และแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาส 4 อานิสงส์จากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และแผนเปิดโรงแรมฮ็อป อินน์ใหม่ตลอดทั้งปีรวม 9 แห่ง 768 ห้องพัก ทำให้ บล.เอเซีย พลัส มีแนวโน้มปรับเพิ่ม ประมาณการกำไรปีนี้ขึ้นจากเดิมที่คาด เติบโต 19% จากอยู่ที่ 410 ล้านบาทหลังการประชุมนักวิเคราะห์ภายในสัปดาห์นี้
นอกจากนี้ การที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมเสนอมาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวไทยแบบขั้นบันไดตั้งแต่ 1.5-5 หมื่นบาท และหากได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เชื่อว่า ERW จะได้รับประโยชน์มากสุดในกลุ่ม เนื่องจากมีรายได้เกือบทั้งหมดจากธุรกิจโรงแรมในประเทศ อีกทั้งมีความหลากหลายของโรงแรมตั้งแต่ระดับหรูจนถึงโรงแรมราคาประหยัด และกระจายตัวในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และหัวเมืองในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะโรงแรมฮ็อป อินน์
กันยะรัตน์ กฤษณเทวินทร์ รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่การเงิน ERW ชี้แจงว่า กำไรไตรมาส 2 เกิดจากรายได้รวม 1,360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งแรกปีนี้มีรายได้ 2,996 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%
บริษัทยังคงประมาณการเติบโตของรายได้ธุรกิจโรงแรมปีนี้ที่ 10% จากปี 2559 โดยการเติบโตทั้งในส่วนรายได้ส่วนห้องพักและรายได้ค่าอาหารและเครื่องดื่ม และประมาณการรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของทั้งกลุ่ม (ไม่รวมโรงแรมบัดเจ็ต) เพิ่มขึ้น 7 % จากจำนวนห้องพักที่เพิ่มขึ้นจากโรงแรมที่เปิดให้บริการในปี 2560 จำนวน 11 แห่ง 930 ห้อง และการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตของบริษัท
ทั้งนี้ ประมาณการนี้ได้คำนึงถึงผลกระทบจากการปรับปรุงห้องพักของโรงแรมเจดับบลิวแมริออท กรุงเทพ ในช่วงครึ่งปีหลังซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเพิ่มผลตอบแทนของบริษัท โดยจะแบ่งระยะเวลาในการปรับปรุงออกเป็น 3 ปี (2560-2562) และจะดำเนินการในช่วงโลว์ซีซั่นของแต่ละปี ทั้งนี้ห้องพักที่ปรับปรุงใหม่กลุ่มแรกจะพร้อมให้ดำเนินการในเดือน ธ.ค. 2560
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 บริษัทได้เปิดให้บริการโรงแรมภายใต้แบรนด์ ฮ็อป อินน์ ไปแล้ว 4 แห่ง และในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 มีแผนที่จะเปิดโรงแรมเพิ่มอีก 7 แห่ง ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2560 บริษัทจะเป็นเจ้าของโรงแรมทั้งหมด 52 แห่ง และมีห้องพักทั้งหมด 7,315 ห้อง
สถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยไตรมาส 2 ของปี 2560 ขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2560 โดยมีการเติบโตทุกเดือนระหว่างเดือน เม.ย.-มิ.ย. โดยเดือน มิ.ย.เป็นเดือนที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตสูงที่สุด 11% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยรวมในไตรมาส 2/2560 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า และเป็นสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูงที่สุดในไตรมาส 2
นักท่องเที่ยวจีนซึ่งมีสัดส่วนเป็นอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดเริ่มปรับตัวเข้าสู่แนวโน้มปกติหลังจากการชะลอตัวลงจากผลกระทบของการออกมาตรการควบคุมและปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญในไตรมาส 4/2559 โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวสูงที่สุด 3 อันดับแรกในไตรมาสนี้ ได้แก่ เกาหลีใต้ รัสเซีย และลาว ครึ่งปีแรกมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่ากับ 17.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4%
สำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศนั้นมีการเติบโตที่ดีเช่นกัน โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยที่ท่องเที่ยวในประเทศ 72.4 ล้านคน/ครั้ง ขยายตัว 7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
แนวโน้มปีนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทย จะมี 34.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6% และคาดว่าจะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 10% และคาดการณ์รายได้จากการท่องเที่ยวของภาคการท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2559
นักท่องเที่ยวยังเข้ามาเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การขยายเส้นทางการบินของสายการบินต้นทุนต่ำ รวมถึงการฟื้นตัวสู่แนวโน้มปกติของนักท่องเที่ยวจีน
สถานการณ์นี้ชี้นำว่าทั้งปีนี้ธุรกิจท่องเที่ยวและสันทนาการยังดีอย่างที่คาดหวังไว้ตั้งแต่ต้นปี







