
เช่าหุ้น
สิริพร"บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ" คำไทยของคนโบราณที่เป็นอมตะเสมอมา ตามธรรมชาติมนุษย์มักต้องการเป็น "เจ้าของถาวร" มากกกว่าเพียงชั่วครั้งคราว
สิริพร
"บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ" คำไทยของคนโบราณที่เป็นอมตะเสมอมา ตามธรรมชาติมนุษย์มักต้องการเป็น "เจ้าของถาวร" มากกกว่าเพียงชั่วครั้งคราว
ในโลกของการลงทุน มักจะสนับสนุนให้นักลงทุนเป็นเจ้าของ นั่นหมายถึงการซื้อหุ้นที่กลายเป็น "ผู้ถือหุ้น" และมีความเป็นเจ้าของ ที่ควรต้องมาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบต่อกิจการนั้นด้วยเช่นกัน
ข้อดีของการลงทุนให้กลายเป็นเจ้าของนั้น เป็นการผูกพันเพียงหลวมๆ และพร้อมที่จะ "จากกัน" เพียงปลายนิ้วเมื่อสั่งขายหุ้นนั้นออก จึงเป็นอิสระต่อกัน ที่นักลงทุนนิยมกลายเป็นอาชีพ "นักลงทุน" ที่ยังชีพได้ โดยมีชื่อเก๋ๆ เรียกอีกนัยหนึ่งว่า เป็นนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า-Value Investor หรือ VI
รู้กันว่า กว่าพวกเขาจะลงทุนในหุ้นแต่ละตัวได้นั้น ต้องใช้เวลาศึกษาในหลากหลายมิติ และเมื่อตัดสินใจแล้ว มักจะถือยาว เมื่อเชื่อมั่น และปล่อยให้หุ้นนั้นเพิ่มมูลค่าตามกาลเวลา รับเงินปันผล อิ่มๆ ยิ่งกว่าฝากเงินในแบงก์ หรือการลงทุนประเภทอื่น
มีผลวิจัยที่พิสูจน์กันมาแล้ว สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกว่า ระยะเวลาที่ผ่านไป ปีแล้วปีเล่าของการลงทุน มีการเพิ่มมูลค่าของหุ้น ประเภท "บลูชิพ" นอกเหนือจากเงินปันผลมากขึ้นหลายเท่าตัว อย่างหุ้นบางตัวจาก 4 บาท ผ่านไป 8-10 ปี กลายเป็น 50 บาท เป็นต้น
การถือครองหุ้นยาวนาน หรือมีหุ้นในพอร์ตที่กอดนิ่ง ย่อมมีช่องทางในการขยับขยายมีแนวทางในการเพิ่มมูลค่า ตามหลักการของมูลค่าตามกาลเวลา หรือ Time for Value นักการเงินเขารู้ดี หลักการเดียวกับการผันใช้ "เงินฝาก" มาปล่อย "เงินกู้" มีดอกเบี้ยส่วนต่างเป็น "กำไร"
หลักการนี้ จึงนำมาใช้กับวงการค้าหุ้นเช่นกัน เรียกว่า ธุรกรรมการยืมและให้ยืมหุ้น - Securities Borrowing and Lending (SBL) เรื่องนี้เป็นนโยบายอย่างเป็นทางการ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของการซื้อขาย เพื่อเป็นรายได้จากค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ และผู้ที่จะทำธุรกรรมนี้ได้ต้องได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง โดยมีเกณฑ์การทำธุรกรรมอย่างรัดกุม มีการป้องกันความเสี่ยง
ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจว่า "เรื่องนี้เป็นเรื่องที่โบรกเกอร์ที่ได้รับในอนุญาตทำธุรกิจนี้ได้ สำหรับลูกค้าของแต่ละแห่ง ช่วยให้ตลาดหุ้นมีสภาพคล่องด้านการซื้อขาย แต่จะต้องพิจารณาความเสี่ยงควบคู่กันด้วย ตามปกติมักจะพิจารณาหุ้นที่อยู่ในกลุ่ม SET100 เป็นหลัก" ส่วนรายละเอียดนักลงทุนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการอยู่
กลับมาถึงการถือครองหุ้นของ นักลงทุนประเภท VI พวกเขาถือหุ้น ยาว เป็น Long Term Investment และมีหลายรายที่เป็นนักลงทุนรายใหญ่ และเปิดเผยตัวเองว่าถือครองหรือ ลงทุนในหุ้นใดอยู่บ้าง กลายเป็นไอดอลของนักลงทุนอีกนับพัน นับหมื่นคน เป็นเรื่องดีๆ ที่มีการถ่ายทอดประสบการณ์สู่กันฟัง
วันนี้เกิดธุรกิจใหม่ที่เล่าขานกันแบบไม่เป็นทางการว่า มีการให้บริการ "เช่าหุ้น" โดยมีนักลงทุน VI (บางคน) ให้เช่าหุ้นที่ตัวเองถือครองอยู่นี่แหละ ด้วยเกณฑ์คล้ายๆ กับที่โบรกเกอร์ทำธุรกรรม SBL แต่เป็นการทำสัญญาระหว่างบุคคล หลักประกันอาจเป็นที่ดิน บ้าน คอนโด รถยนต์ มีดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทนรายเดือน
เป็นที่รู้กันว่าธุรกรรมประเภทนี้ สิทธิต่างๆ ยังเป็นของเจ้าของสิทธิ อาทิ เงินปันผล การเพิ่มทุน สิทธิในการเข้าร่วมประชุม รับข้อมูลข่าวสาร และอื่นๆ การแช่หุ้นในพอร์ตไว้เฉยๆ ปล่อยให้มีการเพิ่มมูลค่าหุ้นตามกาลเวลาเพียงอย่างเดียวก็ดูแสนธรรมดา หากจะมีรายได้เสริมพิเศษเพิ่มขึ้นระหว่างทาง โดยไม่มีความเสียหาย มีหลักประกันคุ้มค่า น่าสนใจไม่น้อย
อีกฝั่งการเข้าถึงระบบของโบรกเกอร์ตามเกณฑ์เข้มๆ เรื่องมาตรการป้องกันความเสี่ยงอาจยุ่งยากสำหรับพวกเขา แต่ชีวิตต้องการสีสัน ความเสี่ยงเป็นเรื่องปกติ มีได้-มีเสีย มีความโลภเป็นแรงผลักดันตามธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน
ความลงตัวจึงเกิดขึ้น อย่างไม่เป็นทางการ วันนี้อาจยังไม่เกิดความเสียหาย ให้ได้เป็นข่าวครึกโครม แต่อาจเกิดชนวนเล็กๆ ขึ้นแล้ว นับเป็นความเสี่ยงของผู้ลงทุนรายบุคคล ที่ดิฉันอยากยกเป็นเรื่องเตือนใจของทั้งคู่กรณี กับภาพลักษณ์ดีๆ ที่ได้รับการยกย่องชื่นชมของสังคมชาวหุ้น สำหรับนักลงทุนประเภท VI และการระมัดระวังการลงทุนไม่ให้ตกเป็น "เหยื่อ" ของนักลงทุนรายบุคคลให้กลายเป็นโศกนาฏกรรมในตลาดหุ้น ตามสถิติที่เคยมีผลวิจัยว่า 100 คน ที่กำเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น มีเพียง 5 คน ที่ประสบผลสำเร็จ ส่วนอีก 95 คน ล้มเหลว
ลองถามใจตัวเองว่า อยากยืนอยู่เป็น 5 คน หรืออีกฟากของ 95 คน นะคะ







