
กรมชลฯชงแผนจัดการน้ำอีสานทั้งระบบ 6.8 พันล้าน
กรมชลฯเสนอครม.สัญจรอนุมัติแผนจัดการน้ำในภาคอีสานทั้งระบบ 6.8 พันล้านบาท
กรมชลฯเสนอครม.สัญจรอนุมัติแผนจัดการน้ำในภาคอีสานทั้งระบบ 6.8 พันล้านบาท
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการเกิดเหตุการณ์ภัยแล้งต่อเนื่องปี 58-59 และอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ในปี 2560 พล.อ.ประยุทธ์จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) สั่งการให้ร่วมบูรณาการหาแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน และได้มอบหมายให้มีการปรับและทบทวนแผนงานตามยุทธศาสตร์น้ำของประเทศให้สอดรับกับสภาวการณ์ปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ พร้อมเร่งรัดดำเนินการได้ทันทีในโครงการที่มีพร้อมให้พิจารณาบรรจุไว้ในแผนงบประมาณปี 2561 และปี 2562
ดังนั้นในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรวันที่ 21-22 ส.ค.จะเสนอให้มีการปรับแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำมูลและน้ำชีล้นตลิ่งทั้งระบบ วงเงินงบประมาณ 2561 จำนวน 6.8 พันล้านบาท อาทิ การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ต้นน้ำ เช่น อ่างเก็บน้ำลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก่อสร้างประตูระบายน้ำ(ปตร.) เช่น ปตร.น้ำพุง-น้ำก่ำควบคู่กับทางผันน้ำร่องข้างเผือก ปตร.ศรีสองรัก ปตร.ห้วยหลวง ขุดลอกหนองบึงและทางน้ำธรรมชาติ เช่น หนองหารและน้ำก่ำ วางแผนพัฒนาหนองหารจังหวัดสกลนคร และปรับปรุงอ่างเก็บน้ำเดิมให้มีประสิทธิภาพเก็บกักน้ำและมีความมั่นคงมากขึ้น พร้อมศึกษาความเหมาะสมโครงการบรรเทาอุทกภัยอุบลราชธานี ศึกษาโครงการผันน้ำป่าสัก-ลำตะคอง ศึกษาฟื้นฟูแหล่งน้ำ และการเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำเดิมที่มีอยู่และเพื่อสร้างความมั่นคงน้ำในระยะยาวพิจารณาวางโครงการบริหารจัดการน้ำโขง-เลย-ชี-มูล
เนื่องจากในฤดูฝนมักประสบปัญหาน้ำท่วมโดยเฉพาะพื้นที่ริมขอบแม่น้ำโขง และสองฝั่งลำน้ำชี-มูลอย่างเช่นที่เกิดในหลายพื้นที่ในขณะนี้
ทั้งนี้ที่ผ่านมา กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรฯ ได้พัฒนาแหล่งน้ำตามนโยบายรัฐบาล ผลงานตั้งแต่ปี 2557-2560 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 1,276 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น 487 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ได้พื้นที่ชลประทาน 782,973 ไร่ ประมาณ 50% ของทั้งประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นการเพิ่มความจุแหล่งเก็บน้ำเดิมและพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กที่ท้องถิ่นต้องการและใช้เวลาสำรวจออกแบบไม่นานนัก เช่น แก้มลิง ฝาย และประตูระบายน้ำเพื่อนำน้ำก่อนไหลลงแม่น้ำโขงมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และระบบชลประทาน ที่ทำได้โดยไม่กระทบกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า จากแผนงานเดิมมและกระจายทั่วไปทั้งภาคอีสาน
โดยปัญหาน้ำในจังหวัดนครราชสีมานั้นมีทั้งปัญหาขาดแคลนน้ำและน้ำท่วม กรมชลประทานได้จัดทำแผนงานเพื่อเสนอรัฐบาลผ่าน กนช. พิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ในวันที่ 22 สิงหาคม นี้ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งโครงการจะแก้ไขและบรรเทาอุทกภัยและขาดแคลนน้ำมีหลายรูปแบบ อาทิ การก่อสร้างประตูระบายน้ำ แก้มลิง และพิจารณาสร้างทางระบายน้ำเพิ่มเติมช่วงลำเชียงไกรตอนล่างและลำสะแทด







