posttoday
ไฟแนนเชียลไดเจสต์

ไฟแนนเชียลไดเจสต์

19 สิงหาคม 2560

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่คณะกรรมการ บริษัท ปตท. (PTT)

ปตท.ปันผล 8 บาท

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่คณะกรรมการ บริษัท ปตท.  (PTT) แจ้งมติคณะกรรมการบริษัทอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2560 ให้แก่ผู้ถือหุ้นของ ปตท. ในอัตรา 8.00 บาท/หุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 22,850 ล้านบาท หรือคิดเป็น 29.8% ของกำไรสุทธิจากกำไรจากกิจการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ที่อยู่ระหว่างการใช้สิทธิยกเว้นภาษี ซึ่งผู้ถือหุ้นประเภทบุคคลธรรมดาไม่ต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีและไม่ได้รับสิทธิเครดิตภาษีในการคำนวณภาษีเงินปันผลตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

ทั้งนี้ กำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันที่ 4 ก.ย. 2560 และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 5 ก.ย. 2560 และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 15 ก.ย. 2560

WHAUP มั่นใจรายได้ทั้งปีแตะ 3.4 พันล้านบาท

นายวิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) กล่าวว่า บริษัทมองผลประกอบการครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรกที่มีรายได้รวม 1 ,76 0 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 973 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายน้ำเพิ่มขึ้น จากโรงไฟฟ้าจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) รวม 4 แห่ง กำลังผลิตแห่งละ 130 เมกะวัตต์ ทำให้มีการใช้น้ำในกระบวนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ลูกค้าเดิมใช้น้ำเพิ่มขึ้น 3-4% และมีส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าที่ COD ทำให้มั่นใจรายได้ปีนี้อยู่ที่ 3,400 ล้านบาท หรือเติบโต 100% จากปีก่อน ที่มีรายได้ 1,750 ล้านบาท

บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาลงทุนธุรกิจน้ำประปาในประเทศเมียนมา ขนาดกำลังผลิต 2,500-5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน งบลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท คาดจะได้ข้อสรุป ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงโครงการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติในโรงงานอุตสาหกรรมเหมราช จะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีว่าจะทำหรือไม่ทำ ส่วนลงทุนธุรกิจจำหน่ายน้ำดิบในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทแม่คือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทเพื่อลงทุนธุรกิจน้ำดิบดังกล่าว

MINT รักษาการเติบโตทางด้านกำไรไว้ที่ 15-20% ต่อปี

นายชัยพัตน์ ไพฑูรย์ รองประธานกรรมการฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) เปิดเผยว่า บริษัทยังรักษาการเติบโตทางด้านกำไรไว้ที่ 15-20% ต่อปี โดยเบื้องต้นคาดว่าระยะ 5 ปี (2559-2563) ยังเป็นไปตามแผน โดยธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอาหาร และธุรกิจจัดจำหน่าย ยังมีการเติบโตที่ดี แม้ว่าในครึ่งปีแรกจะซบเซาไปบ้างตามภาวะเศรษฐกิจ และกำลังซื้อที่ชะลอตัวลง แต่คาดว่าในครึ่งปีหลังกำลังซื้อจะฟื้นตัว ประกอบกับธุรกิจของบริษัทจะเข้าสู่ไฮซีซั่น โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่จะดีขึ้น และบริษัทจะมีการทำโปรโมชั่นในช่วงเวลาดังกล่าว

สัดส่วนรายได้ยังเป็นไปตามแผน 5 ปี (2559-2563) ซึ่งปีนี้รายได้ในประเทศอยู่ที่ 53% และต่างประเทศ 47% และปี 2563 สัดส่วนรายได้ในประเทศจะลดลงเหลือ 48% และรายได้ในต่างประเทศเพิ่มเป็น 52% หลังบริษัทมีการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น โดยขณะนี้มีการลงทุนใน 32 ประเทศ

ตามแผน 5 ปี บริษัทตั้งเป้าขยายโรงแรมมากกว่า 250 แห่ง จากไตรมาส 2 ที่มี 155 แห่ง และธุรกิจร้านอาหารจะขยายให้มากกว่า 3,400 สาขา จากไตรมาส 2 ที่มี 2,037 สาขา คิดเป็นการเติบโตที่ 8-10% ต่อปี และธุรกิจจัดจำหน่ายจะเพิ่มร้านค้าใหม่มากกว่า 500 แห่ง จากไตรมาส 2/2560 ที่มี 339 แห่ง อย่างไรก็ตาม บริษัทจะทบทวนแผนธุรกิจ 5 ปี (2560-2564) ในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นการทบทวนแผนตามปกติ

สำหรับงบลงทุนใน 5 ปี (2559-2563) กำหนดไว้ที่ 4 หมื่นล้านบาท โดยจัดสรรจำนวน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจที่มีอยู่ในปัจจุบัน และอีก 1 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อกิจการ อย่างไรก็ตาม หากบริษัทต้องการลงทุนเพิ่มขึ้น บริษัทยังมีกระแสเงินสดรองรับเพียงพอ

ECF เพิ่มทุน

บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค (ECF) แจ้งว่า คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการลดทุนจดทะเบียน จำนวน 64.411 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 259.349 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน 194.937 ล้านบาท โดยการตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้ออกจำหน่าย จำนวน 257.647 ล้านหุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท

อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียน จาก 194.937 ล้านบาท เป็น 354.137 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 636.79 ล้านหุ้น รองรับการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป และรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ ครั้งที่ 2-3 โดยจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 233.925 ล้านหุ้น เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิม และจำนวน 77.975 ล้านหุ้น เสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัด (PP)

นอกจากนี้ จะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 194.937 ล้านหุ้น รองรับการใช้สิทธิของ ECF-W2 ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมโดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราจัดสรรที่ 4 หุ้นเดิม ต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ และกำหนดราคาใช้สิทธิที่ 3 บาท และจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 129.958 ล้านหุ้น รองรับการใช้สิทธิ ECF-W3 จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมโดยไม่คิดมูลค่า ที่ 6 หุ้นเดิม ต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ กำหนดราคาใช้สิทธิที่ 5 บาท

ทั้งนี้ ยังอนุมัติออกใบสาคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ครั้งที่ 2 (ECF-W2) จำนวน 194.937 ล้านหน่วย ในอัตรา 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ ต่อ 1 หุ้นสามัญ ในราคาใช้สิทธิ 3 บาท/หุ้น และอนุมัติ ออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ครั้งที่ 3 (ECF-W3) จำนวน 129.958 ล้านหน่วย จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิม ในอัตรา 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ ต่อ 1 หุ้นสามัญ อัตราการใช้สิทธิ 5 บาท/หุ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท