
คลังชงมาตรการอุ้มคนจน
ชง ครม.สัญจร ใช้งบ 4 หมื่นล้าน อุดหนุนสวัสดิการคนจนรอบแรก เริ่ม 1 ต.ค.นี้
ชง ครม.สัญจร ใช้งบ 4 หมื่นล้าน อุดหนุนสวัสดิการคนจนรอบแรก เริ่ม 1 ต.ค.นี้
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 22 ส.ค.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการสวัสดิการช่วยเหลือ ผู้มีรายได้น้อยให้ ครม.เห็นชอบ ใน เบื้องต้นจะเป็นมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ
"เช่น การขึ้นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ลดค่าน้ำประปา ลดค่าไฟฟ้า ซื้อสินค้าในร้านธงฟ้า โดยจะใช้งบประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โดยจะมีการบรรจุในบัตรสวัสดิการที่จะแจกผู้มีรายได้น้อยที่ได้ขึ้นทะเบียนและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560" ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว
นายสมชัย กล่าวว่า นอกจากจะเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในด้านค่าครองชีพแล้ว กระทรวงการคลังจะมีการพิจารณาการช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งจะพิจารณาจากผลการสำรวจความต้องการของผู้มีรายได้น้อย ที่ได้ว่าจ้างให้นักศึกษาลงพื้นที่สำรวจไปเมื่อเร็วๆ นี้ และต้องรวบรวมข้อมูลมาให้คลัง เนื่องจากความต้องการของแต่ละกลุ่มแต่ละภาคไม่เหมือนกัน
สำหรับมาตรการเพิ่มเติม คาดว่างบประมาณจะใช้จากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท เช่น โอนเงินจากภาษีให้ผู้มีรายได้น้อย (Negative Income Tax) และให้รายได้น้อยขึ้นรถไฟฟ้า ให้คน ต่างจังหวัดขึ้นรถ บขส. รวมทั้งล้างหนี้นอกระบบให้กับผู้ลงทะเบียนผู้สูงอายุ มีรายได้น้อย พิการและเป็นหนี้นอกระบบ
ขณะที่การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ขณะนี้ได้หารือกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นศูนย์ ซึ่งพบว่าปัจจุบันผู้ลงทะเบียนรายได้น้อยมีหนี้นอกระบบประมาณ 1.3 ล้านราย มูลหนี้ 7 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายล้างหนี้นอกระบบให้หมดไปในปีนี้ ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ ในแต่ละจังหวัดยังมีคณะอนุกรรมการฟื้นฟูรายได้ทุกจังหวัด มีธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่เข้าร่วมการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบด้วย
สำหรับสินเชื่อวงเงินฉุกเฉินเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. วงเงินรวม 1 หมื่นล้านบาท ปล่อยกู้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท/ราย ขณะนี้ปล่อยใกล้หมดวงเงินแล้ว และเตรียมเสนอ ครม.ขยายวงเงินเพิ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบทั่วประเทศให้หมดตามเป้าหมายในปีนี้
นายสมชัย กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้เห็นชอบในหลักการ สำหรับมาตรการลดภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและท้องถิ่น แต่ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท.) กลับไปพิจารณาปรับแก้ไขในรายละเอียดและเงื่อนไขจากที่เคยเสนอมาก่อนหน้านี้อีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินจากการท่องเที่ยวนั้นลงไปสู่ภาคชุมชนและท้องถิ่นจริงๆ ไม่ใช่การท่องเที่ยวตามจังหวัดใหญ่ เช่น เชียงใหม่ หรือภูเก็ต
"กรณีที่มีข้อกังวลเรื่องการออกใบกำกับภาษีจากร้านค้าหรือชุมชนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในชนบทนั้น เชื่อว่า ททท.จะมีวิธีที่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งจะต้องหารือในรายละเอียดอีกครั้ง" ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว







