posttoday
ทำไมบางคน ยกเลิกกรมธรรม์

ทำไมบางคน ยกเลิกกรมธรรม์

16 สิงหาคม 2560

เมื่อวันก่อนผมได้เขียนเกี่ยวกับข้อเสียของการยกเลิกกรมธรรม์ว่ามีข้อเสียอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเงินเวนคืนที่ได้รับจะน้อยกว่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปแล้ว การซื้อกรมธรรม์ฉบับใหม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงขึ้นเพราะอายุมากขึ้น หากมีปัญหาสุขภาพบริษัทประกันอาจไม่รับประกันก็ได้ หรืออาจรับประกันก็จะมีข้อยกเว้นไม่คุ้มครองปัญหาสุขภาพที่เราเป็นอยู่ หรืออาจเพิ่มเบี้ยประกัน และในการทำประกันใหม่เราต้องแถลงข้อความจริงต่อบริษัทประกัน ทำให้บริษัทประกันเริ่มนับระยะเวลาในการใช้สิทธิโต้แย้ง ในกรณีที่ผู้เอาประกันปกปิดหรือแถลงข้อความเป็นเท็จ ซึ่งหากผู้รับประกันภัยทราบ อาจจะบอกปัดไม่รับประกันชีวิต หรืออาจจะเพิ่มเบี้ยประกันภัย บริษัทประกันสามารถบอกล้างกรมธรรม์ประกันภัยได้ภายในระยะเวลา 2 ปีนับตั้งแต่วันที่บริษัทประกันรับประกัน ฯลฯ

เมื่อวันก่อนผมได้เขียนเกี่ยวกับข้อเสียของการยกเลิกกรมธรรม์ว่ามีข้อเสียอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเงินเวนคืนที่ได้รับจะน้อยกว่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปแล้ว การซื้อกรมธรรม์ฉบับใหม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงขึ้นเพราะอายุมากขึ้น หากมีปัญหาสุขภาพบริษัทประกันอาจไม่รับประกันก็ได้ หรืออาจรับประกันก็จะมีข้อยกเว้นไม่คุ้มครองปัญหาสุขภาพที่เราเป็นอยู่ หรืออาจเพิ่มเบี้ยประกัน และในการทำประกันใหม่เราต้องแถลงข้อความจริงต่อบริษัทประกัน ทำให้บริษัทประกันเริ่มนับระยะเวลาในการใช้สิทธิโต้แย้ง ในกรณีที่ผู้เอาประกันปกปิดหรือแถลงข้อความเป็นเท็จ ซึ่งหากผู้รับประกันภัยทราบ อาจจะบอกปัดไม่รับประกันชีวิต หรืออาจจะเพิ่มเบี้ยประกันภัย บริษัทประกันสามารถบอกล้างกรมธรรม์ประกันภัยได้ภายในระยะเวลา 2 ปีนับตั้งแต่วันที่บริษัทประกันรับประกัน ฯลฯ

เมื่อมีข้อเสียมากมายอย่างนี้ ทำไมบางคนถึงเลือกที่จะยกเลิกกรมธรรม์ สาเหตุสำคัญคือเพราะความไม่รู้ มองว่าการยกเลิกเป็นการตัดสินใจที่คุ้มกว่าการชำระเบี้ยต่อเนื่อง ตัวอย่างหนึ่งที่เคยพบก็คือการยกเลิกกรมธรรม์ประกันแบบบำนาญ โดยกรมธรรม์พวกนี้จะมีมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ (เงินสดที่ได้คืนเมื่อยกเลิกกรมธรรม์ โดยมูลค่าเวนคืนจะเกิดขึ้นกับเบี้ยประกันส่วนที่เป็นสัญญาหลักเท่านั้น ส่วนสัญญาเพิ่มเติมต่างๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยรายวัน ความคุ้มครองอุบัติเหตุ คุ้มครองโรคมะเร็ง จะไม่มีมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์จะเกิดจากเบี้ยประกันหลักหักด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆ ของบริษัท ซึ่งในช่วงปีแรกๆ ค่าใช้จ่ายของบริษัทประกันชีวิตจะสูงมาก ทำให้มูลค่าเงินสดเหลือน้อย โดยเฉพาะสิ้นปีที่ 1 จะยังไม่มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเลย จะเริ่มมีในสิ้นปีที่ 2 เป็นต้นไปและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)

ตัวแทนบางคนจะแนะนำให้ผู้ถือกรมธรรม์เทียบดูว่ามูลค่าเวนคืนที่ได้คืนมามากกว่าเบี้ยที่จ่ายไป ตัวอย่างเช่น มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์เท่ากับ 1 แสนบาท เบี้ยที่จ่ายไปทั้งหมด เท่ากับ 9.8 หมื่นบาท ถ้าเวนคืนจะได้เงินคืนมากกว่าเบี้ยที่จ่ายไป 2,000 บาท และเท่ากับที่ผ่านมาได้ประกันชีวิตฟรี

ในบางกรณีที่ผมเคยพบ คือ กรณีประกันแบบบำนาญ ประกันแบบนี้จะมีมูลค่าเวนคืนเงินสดสูงและสามารถนำเบี้ยที่จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้อีก 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีแต่ต้องไม่เกิน 2 แสนบาท สิ่งที่ผมเคยพบ ก็คือมีตัวแทนบางคนแนะนำลูกค้าให้ซื้อประกันแบบบำนาญ สมมติจ่ายเบี้ย 2 แสนบาท ลูกค้ามีฐานภาษีสูงสุดที่อัตรา 30% เท่ากับลูกค้าจะได้ภาษีคืนจากกรมสรรพากร 30% * 2 แสน = 6 หมื่นบาท สมมติลูกค้าเวนคืนในปีที่ 1 และได้มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ 1.8 แสนบาท ลูกค้าขาดทุนมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ 2 หมื่นบาท แต่ได้ภาษีคืน 6 หมื่นบาท เท่ากับลูกค้าได้กำไร 4 หมื่นบาท หรือเท่ากับได้ผลตอบแทน 20% ต่อปีเลยทีเดียว

แต่ไม่ว่ากรณีใดนั่นเป็นการมองด้านเดียว เพราะการเวนคืนกรมธรรม์ แม้ว่าตอนซื้อเราจะซื้อประกันชีวิตที่มีคุณลักษณะเข้าข่ายสามารถนำเบี้ยมาลดหย่อนภาษีได้ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตปกติ หรือประกันแบบบำนาญ แต่หากเราผิดเงื่อนไข เช่น หยุดชำระเบี้ยทำให้กรมธรรม์ขาดอายุ อย่างเช่น เวนคืนกรมธรรม์ ฯลฯ เราจะต้องยื่นแบบปรับปรุงภาษีเพื่อคืนภาษีที่ลดหย่อนและต้องเสียเงินเพิ่มด้วย ตัวอย่างเช่น เราซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตอายุกรมธรรม์ 15 ปีชำระเบี้ย 7 ปี ปีละ 1 แสนบาท ได้ลดหย่อนภาษีปีละ 2 หมื่นบาท (ฐานภาษีสูงสุดอยู่ในอัตรา 20%)

หากชำระเบี้ย 3 ปีแล้วหยุด เราก็ต้องยื่นแบบปรับปรุงภาษีเพื่อคืนภาษีที่ลดหย่อนและต้องเสียเงินเพิ่มด้วย หรือต่อให้เราชำระเบี้ยครบ 7 ปี แต่ถ้าเราขอรับเงินสดจากกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี (การขอรับเงินสดกรณีนี้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยจะสิ้นสุดทันที) เราก็ต้องยื่นแบบปรับปรุงภาษีเพื่อคืนภาษีที่ลดหย่อนและต้องเสียเงินเพิ่มด้วยเช่นกัน

เหตุผลเพราะตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ (ฉบับที่ 172) ซึ่งเป็นประกาศเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขเกี่ยวกับเบี้ยประกันชีวิต และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ (ฉบับที่ 194) ซึ่งเป็นประกาศเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขเกี่ยวกับเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ จะมีเงื่อนไขข้อหนึ่งที่เหมือนกันระบุว่า กรณีผู้มีเงินได้ที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้แล้ว และต่อมาได้ปฏิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ผู้มีเงินได้จะหมดสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้และต้องเสียภาษีเงินได้สำหรับปีภาษีที่ได้นำเงินค่าเบี้ยประกันชีวิตไปหักออกจากเงินได้เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้มาแล้วพร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน หรือเท่ากับ 18% ต่อปี เท่ากับดอกเบี้ยบัตรเครดิตเลย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท