posttoday
ยึดรธน.ไม่แทรกสื่อ

ยึดรธน.ไม่แทรกสื่อ

16 สิงหาคม 2560

กรณีอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ออกคำสั่งถึงสื่อมวลชนทุกแขนงที่มีส่วนร่วมเกี่ยวกับการเตรียมลงพื้นที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่จะมีการประชุม ครม.สัญจรใน จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 21-22 ส.ค.นี้ เพื่อให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาลขณะลงพื้นที่ถูกวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน

กรณีอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ออกคำสั่งถึงสื่อมวลชนทุกแขนงที่มีส่วนร่วมเกี่ยวกับการเตรียมลงพื้นที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่จะมีการประชุม ครม.สัญจรใน จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 21-22 ส.ค.นี้ เพื่อให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาลขณะลงพื้นที่ถูกวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน

การเรียกสื่อมวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวแทนทีวีดิจิทัล ฟรีทีวี รวมถึงทีวีของรัฐ เกือบ 20 ช่องเข้าพบ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อรับฟังแนวทางปฏิบัติของสื่อในการรายงานข่าวช่วง ครม.สัญจร ซึ่งต่อมามีการนำเสนอเนื้อหาการพูดคุยผ่านสื่อว่า ขอให้ทุกช่องทำรายงานพิเศษเกี่ยวกับการลงพื้นที่ของรัฐมนตรี 20 กระทรวง โดยให้แต่ละช่องเลือกเกาะติดรัฐมนตรีรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ และส่งรายงานพิเศษชิ้นนั้นกลับมาที่สถานีเอ็นบีที เพื่อรายงานออกสู่สังคม โดยอ้างว่าถ้าไม่ทำเช่นนี้สื่อก็จะนำเสนอข่าวเฉพาะนายกรัฐมนตรีให้กลายเป็นวันแมนโชว์ สุดท้ายประชาชนไม่ทราบว่ารัฐมนตรีได้ทำงานอะไรระหว่างลงพื้นที่

แม้จะระบุว่าเป็นเพียงการขอความร่วมมือ แต่ก็ไม่ต่างจากการบังคับให้สื่อต้องเสียสละกำลังคนเพื่อประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ ใช้คำพูดช่วงหนึ่งว่า ขอสั่งแบบทหารให้ทุกช่องเลือกว่าจะทำรายงานพิเศษให้กับรัฐมนตรีรายใด และให้อิสระกับสื่อในการนำเสนอรายงาน เพราะไม่ได้กำหนดประเด็นให้ แต่ก็มีเงื่อนไขว่าห้ามรายงานเรื่องที่เป็นปัญหาความขัดแย้ง ต้องเป็นเรื่องที่สร้างสรรค์เท่านั้น

กล่าวอีกด้าน สื่อถูกตีกรอบให้รายงานข้อเท็จจริงด้านเดียวที่เป็น บวกกับรัฐบาล ห้ามนำเสนอข้อมูลที่กระทบต่อภาพลักษณ์รัฐบาล หรือข้อเท็จจริงที่เห็นด้วยตาของสื่อ ไม่ว่าจะเป็นข้อเรียกร้องของชาวบ้านให้รัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาด้านต่างๆ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งเรื่องความเดือดร้อนจากปากท้อง ระบบสาธารณูปโภค คมนาคม การถูกเอารัดเอาเปรียบ ปัญหาที่ดินทำกิน นายทุนนอกระบบ การเข้าไม่ถึงทรัพยากร

หากพิจารณาแล้ว การที่นายกรัฐมนตรีและ ครม.มีความตั้งใจลงพื้นที่และเลือกประชุม ครม.สัญจรในต่างจังหวัด สะท้อนเจตนาที่ต้องการไปรับฟังความเห็นของชาวบ้านด้วยตัวเอง มากกว่าฟังรายงานจากข้าราชการในพื้นที่ ซึ่งอาจได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง จึงเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะรับทราบมุมมองชาวบ้านทั้งบวกและลบ ทั้งความพึงพอใจและสิ่งที่ต้องเร่งแก้ ดังนั้น ต้องเปิดกว้างฟังเสียงสะท้อนทุกด้าน ไม่บีบบังคับให้สื่อต้องเป็นลูกจ้างรัฐบาล คอยประชาสัมพันธ์สิ่งที่รัฐมนตรีลงพื้นที่ด้วยเงื่อนไข "1 ช่อง 1 รัฐมนตรี" อย่างที่กำหนด

จริงอยู่แม้จะอ้างได้ว่า รัฐบาลนี้มาจากการรัฐประหารและมีการออกประกาศ คสช. ขอความร่วมมือสื่อห้ามเสนอข่าวที่กระทบต่อความมั่นคงซึ่งยังบังคับใช้อยู่ แต่อย่าลืมว่าปัจจุบันรัฐบาลบริหารประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมาตรา 35 ได้รองรับเสรีภาพการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชน และมาตรา 184 กำหนดเจตนารมณ์ไม่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแทรกแซงการใช้สิทธิหรือเสรีภาพของสื่อมวลชนโดยมิชอบไว้ชัดแจ้ง ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันรัฐบาลกำลังเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยตามโรดแมป และกำลังผลักดันการปฏิรูปประเทศ ดังนั้น มิควรทำอะไรที่ถดถอย ลิดรอนเสรีภาพสื่อ ขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่คลอดมาจากแม่น้ำ 5 สายของ คสช.เสียเอง n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท