posttoday
ไขรหัสการคลังอัจฉริยะ จัดสวัสดิการรัฐแบบถูกฝาถูกตัว

ไขรหัสการคลังอัจฉริยะ จัดสวัสดิการรัฐแบบถูกฝาถูกตัว

16 สิงหาคม 2560

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จัดทำผลงานวิชาการเกี่ยวกับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เรื่อง "ไขรหัสการคลังอัจฉริยะ" เพื่อนำเสนอในงานสัมมนาวิชาการประจำปีของ สศค. ประจำปีงบประมาณ 2560 โดยจะรวบรวมปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของไทย รูปแบบในการจัดสรรสวัสดิการของไทยและต่างประเทศในปัจจุบัน รวมทั้งแนวคิดและกลไกการทำงานของโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ นำไปสู่การจัดสรรสวัสดิการของรัฐในมิติต่างๆ อย่างยั่งยืน โดยมีเนื้อหาที่สำคัญ

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จัดทำผลงานวิชาการเกี่ยวกับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เรื่อง "ไขรหัสการคลังอัจฉริยะ" เพื่อนำเสนอในงานสัมมนาวิชาการประจำปีของ สศค. ประจำปีงบประมาณ 2560 โดยจะรวบรวมปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของไทย รูปแบบในการจัดสรรสวัสดิการของไทยและต่างประเทศในปัจจุบัน รวมทั้งแนวคิดและกลไกการทำงานของโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ นำไปสู่การจัดสรรสวัสดิการของรัฐในมิติต่างๆ อย่างยั่งยืน โดยมีเนื้อหาที่สำคัญ

โดยจะย้อนไปในช่วงระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา ที่ประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนจากประเทศรายได้ต่ำ เป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง แต่การพัฒนาเศรษฐกิจดังกล่าวไม่สามารถกระจายผลประโยชน์ออกไปในวงกว้างได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประเทศ ได้แก่ ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการการศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการ และโครงสร้างพื้นฐาน และความเหลื่อมล้ำทางรายได้และการถือครองทรัพย์สิน รัฐบาลจึงได้มีการดำเนินนโยบายในการแก้ปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีสวัสดิการภาครัฐที่ดูแลประชาชนตลอดช่วงอายุอย่างน้อยจำนวน 44 สวัสดิการ แต่ส่วนใหญ่เป็นการให้สวัสดิการเป็นการทั่วไป

ดังนั้น ประเด็นท้าทายจึงอยู่ที่ว่ารัฐบาลจะสามารถดำเนินนโยบายที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้นได้หรือไม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและไม่เป็นภาระทางการคลังมากจนเกินไปในอนาคต

นอกจากนี้ ผลงานวิชาการนี้ยังได้มีการศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบสวัสดิการโดยใช้ฐานข้อมูลจาก 4 ประเทศ ได้แก่ นิวซีแลนด์ เม็กซิโก ลัตเวีย และออสเตรเลีย ขณะที่ประเทศไทยเองก็มีความพยายามในการพัฒนาการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการเช่นกันคือ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2559 ซึ่งเป็นโครงการที่ทำให้ภาครัฐสามารถรวบรวมข้อมูลผู้มีรายได้น้อย ตรวจสอบคุณสมบัติ และจัดทำฐานข้อมูลกลางที่ภาครัฐสามารถใช้คัดกรองและวิเคราะห์ได้ทั้งในมิติของข้อมูลส่วนบุคคล 6 ด้าน ได้แก่ ช่วงอายุ ประเภทอาชีพ ช่วงรายได้ ช่วงเงินฝาก ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หนี้สินในและนอกระบบ และมิติของภูมิภาค ซึ่งสามารถจำแนกในรายละเอียดได้ทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล

ทั้งนี้ ในปี 2560 ภาครัฐได้ดำเนินการต่อยอดจากโครงการในปี 2559 ภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 เพื่อเป็นการรวบรวมและเฟ้นหาข้อมูล ให้มีฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อยในทุกมิติสำคัญ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ การพัฒนาระบบการจัดสรรสวัสดิการให้มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประสิทธิผล ตรงเป้า เป็นธรรม และยั่งยืน

ฉะนั้น การดำเนินโครงการดังกล่าวในปี 2560 จึงเปรียบเสมือนการก้าวย่างขึ้นสู่บันไดขั้นแรก ในทั้งหมด 3 ขั้น คือ "ชี้เป้า-จัดสูตร-บูรณาการ" ในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ของการพัฒนาระบบสวัสดิการแบบองค์รวม เพื่อให้การจัดสรรสวัสดิการในอนาคตเป็นการจัดสรร "สวัสดิการแบบถูกฝาถูกตัว" อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ดี ในผลงานวิชาการนี้ยังได้มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่

1) การเพิ่มประสิทธิภาพระบบสวัสดิการภาครัฐ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดที่ว่า "ช่วยถูกคน ช่วยก่อนจน และช่วยแล้วมี"

2) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล และ

3) ระบบสวัสดิการแนวใหม่จากการต่อยอดฐานข้อมูลการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ

ทั้งนี้ ผลงานวิชาการ "ไขรหัสการคลังอัจฉริยะ" จะนำเสนอโดยข้าราชการรุ่นใหม่ของ สศค. ในงานสัมมนาวิชาการของ สศค. ประจำปี 2560 (FPO Symposium 2017) ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 14 ภายใต้หัวข้อ "ทะลุมิติเศรษฐกิจการคลัง"

นอกจากนี้จะมีการเสวนาในหัวข้อ ร่วมคิดเพื่อเศรษฐกิจมิติใหม่ โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน ในวันศุกร์ที่ 25 ส.ค. 2560 ณ ห้องแอทธินี คริสตัล ฮอลล์ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน กรุงเทพฯ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน