posttoday
ต่างชาติจับตาอนาคต ‘คลองไทย’

ต่างชาติจับตาอนาคต ‘คลองไทย’

15 สิงหาคม 2560

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์กระแสความพยายามรื้อฟื้น "คอคอดกระ" หรือคลองกระให้กลับมาอีกครั้งในชื่อว่า "คลองไทย" กำลังเริ่มได้รับการจับตาจากสื่อต่างประเทศมากขึ้น โดยแบ่งได้เป็น 2 ฝ่ายหลักๆ คือ ฝ่ายที่จะเสียประโยชน์โดยตรงจากคลองไทย ซึ่งได้แก่มาเลเซียและสิงคโปร์ กับอีกฝ่ายหนึ่งก็คือฝ่ายที่จับตาดูการขยายอิทธิพลของ "จีน" ในภูมิภาคนี้อย่างใกล้ชิด เช่น ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

กระแสความพยายามรื้อฟื้น "คอคอดกระ" หรือคลองกระให้กลับมาอีกครั้งในชื่อว่า "คลองไทย" กำลังเริ่มได้รับการจับตาจากสื่อต่างประเทศมากขึ้น โดยแบ่งได้เป็น 2 ฝ่ายหลักๆ คือ ฝ่ายที่จะเสียประโยชน์โดยตรงจากคลองไทย ซึ่งได้แก่มาเลเซียและสิงคโปร์ กับอีกฝ่ายหนึ่งก็คือฝ่ายที่จับตาดูการขยายอิทธิพลของ "จีน" ในภูมิภาคนี้อย่างใกล้ชิด เช่น ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย

เว็บไซต์ดิอินเทอร์พรีเทอร์ โดยสถาบันโลว์อี้ ในออสเตรเลีย ระบุว่า จากรายงานข่าวที่มีความพยายามขุดคลองไทยตลอดช่วงหลายเดือนมานี้ ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์แสนล้านจากเงินทุนของจีนนั้น ถือได้ว่าเป็นสัญญาณเตือนรอบใหม่ในแผนการของจีนที่จะครอบงำภูมิภาคนี้ ซึ่งหากโปรเจกต์นี้เดินหน้าต่อ ก็จะทำให้เกิดผู้ชนะอย่างยิ่งใหญ่ และผู้แพ้อย่างย่อยยับในเวลาเดียวกัน

โครงการซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนถึง 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.32 แสนล้านบาท) โดยมีความยาว 135 กิโลเมตร เชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน และทำให้การเดินทางระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับแปซิฟิกง่ายขึ้นนั้น จะเป็นโครงการขนาดยักษ์เทียบเท่ากับคลองสุเอซในอียิปต์ หรือคลองปานามา แม้ว่าการดำเนินการจะยุ่งยากกว่ามากก็ตาม แต่ความล้มเหลวของแผนการขุดคอคอดกระในอดีตนั้น อาจจะกลับมาเป็นจริงได้ในวันนี้ภายใต้เงินทุนของโครงการแถบและถนน (Belt and Road) ของจีน

นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงส่วนหนึ่งกังวลว่า คลองไทยจะช่วยแก้ปัญหาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของจีน โดยจะช่วยให้เรือน้ำมันของจีนสามารถหลีกเลี่ยงช่องแคบมะละกาที่แสนแออัดในขณะนี้ได้ และยังช่วยให้กองทัพเรือของจีนสามารถออกสู่มหาสมุทรอินเดียได้ง่ายขึ้น โดยในอนาคตจีนจะต้องเดินทางข้ามมหาสมุทรอินเดียบ่อยขึ้นอย่างแน่นอนภายใต้เส้นทางสายไหมแห่งใหม่ทางทะเล ซึ่งจีนเองเพิ่งตั้งฐานทัพเรือในต่างประเทศเป็นครั้งแรกที่ประเทศจิบูตี ในแอฟริกา เมื่อเดือนที่แล้ว

การสร้างทางด่วนเส้นใหม่ทางทะเลครั้งนี้ ผู้ชนะในมุมมองของสถาบันในออสเตรเลียรายนี้ก็คือ ศรีลังกา ซึ่งจีนได้เข้าไปจับมือลงทุนขนานใหญ่ก่อนหน้านี้ไปแล้ว และเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของจีนภายใต้โครงการเส้นทางสายไหมทางทะเล ในขณะที่สิงคโปร์จะเป็นผู้แพ้หนักที่สุดในเกมนี้ ซึ่งสิงคโปร์ก็เป็นกังวลกับแผนการของจีนอยู่ อย่างไรก็ดีเป็นที่รับรู้ด้วยเช่นกันว่า ศรีลังกาเองมีปัญหาในเชิงระบบและโครงสร้างอยู่มากที่ไม่อาจแก้ได้ง่าย เช่นเดียวกับโครงการคลองกระที่อาจเป็นเพียงการปัดฝุ่นความฝันรอบใหม่ แม้ว่าก่อนหน้านี้โครงการคลองปานามาจะถูกหยันว่าเป็นเพียงความฝันก่อนสำเร็จเป็นจริงในที่สุดก็ตาม

ก่อนหน้านี้ นิตยสารข่าวนิกเกอิ เอเชียน รีวิว ในญี่ปุ่น ก็ได้รายงานความเคลื่อนไหวของคลองไทยเช่นกัน โดยแม้จะยังคงชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ตั้งแต่การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่สนับสนุน ไปจนถึงปัญหาในเชิงเทคนิคที่การขุดคลองกระจะกว้างกว่าคลองปานามาถึงราว 58 กิโลเมตร พร้อมยังต้องเจอแรงต้านจากประเทศเพื่อนบ้านที่เสียประโยชน์

อย่างไรก็ดี นิกเกอิก็ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่มีโอกาสเกิดขึ้นเช่นกัน และทำให้การปัดฝุ่นครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่ความฝัน ไล่ตั้งแต่การเข้ามาช่วยสนับสนุนอย่างเต็มตัวของจีนที่ปัจจุบันต้องผ่านช่องแคบมะละกาถึง 80% และอาจมีประเทศอื่นๆ เข้าสนับสนุนทางการเงินภายใต้เกมการชิงอำนาจและผลประโยชน์ด้วย ซึ่งหากทำให้คลองกระเป็นทางผ่านเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่มากๆ ได้ ก็อาจเพิ่มความน่าสนใจ เพราะปัจจุบันเรือขนาดยักษ์ต้องใช้เส้นทางที่ไกลกว่าผ่านช่องแคบลอมบ็อก และซุนดา ในอินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังรวมไปจนถึงแรงกระตุ้นภายในไทยเองที่ต้องการพลิกฟื้นประเทศ และความพยายามของกลุ่มนายทหารรุ่นเก่า ที่ผลักดันโครงการนี้ด้วย n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท